เนื้อหา

ตราสารโรงเรียน

อีเมล พิมพ์

ตราสารจัดตั้งนิติบุคคลของโรงเรียนในระบบ
โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน

หมวด  ๑
ชื่อ   ประเภท  ระดับการศึกษา

ข้อ ๑ โรงเรียนนี้มีชื่อว่า   โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน
ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ   Azizstan   Foundation    School
เปิดสอนประเภท     วิชาศาสนาควบคู่กับวิชาสามัญ 
ระดับ          มัธยมศึกษาตอนต้น- มัธยมศึกษาตอนปลาย  (ช่วงชั้นที่  3 - 4 )
ตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน  พุทธศักราช   ๒๕๔๔
อิสลามศึกษาตอนต้น-อิสลามศึกษาตอนปลาย  (ช่วงชั้นที่  2 - 4 )
ตามหลักสูตรอิสลามศึกษา พุทธศักราช   ๒๕๔๖
และอนาคตอาจขยายชั้น อนุบาล – ประถมศึกษา (ช่วงชั้นที่  1 - 2 )
ความจุนักเรียนสูงสุด     4,140   คน
ในกรณีที่โรงเรียนได้รับอนุญาตความจุเพิ่มให้ยึดตามที่ได้รับอนุญาตโดยไม่ต้องแก้ในตราสาร

ข้อ ๒ ตั้งอยู่ที่เลขที่     119     ตำบล/แขวง   นาประดู่    อำเภอ/เขต    โคกโพธิ์   จังหวัด   ปัตตานี
โทรศัพท์    0-7341-5119   โทรสาร    0-7341-5037     Website    http//:www.azizstan.ac.th
ข้อ ๓  เครื่องหมาย/ตราของโรงเรียนคือ         อักษรย่อว่า    ม.อ.

ตราของโรงเรียนในวงกลมแรกมีรูปกะบะห์ ซึ่งเป็น สถานที่เคารพศรัทธาของมุสลิม  และรวงข้าวล้อมรอบ  แสดงถึง  ความมีระเบียบวินัย  ความเป็นระเบียบเรียบร้อย  ซึ่งมีความหมาย สถานบันที่ให้ความรู้คู่คุณธรรม  มีความรัก ความสามัคคี อยู่ในกรอบอันดีงามตามหลักคำสั่งสอนของศาสนาอิสลามและเป็นที่ยอมรับของสังคม

ข้อ   ๔ รายละเอียดแผนผังแสดงบริเวณและอาคารของโรงเรียนปรากฏตามเอกสารแนบท้ายตราสารจัดตั้งโรงเรียน

หมวด  ๒
วัตถุประสงค์

ข้อ ๕ โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน  มีวัตถุประสงค์เพื่อ
(๑)  จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานในรูปแบบการศึกษาในระบบ ทั้งวิชาศาสนาและวิชาสามัญตามหลักสูตรของ   กระทรวงศึกษาธิการ
(๒)   เพื่อให้บริการที่เกี่ยวเนื่องกับการเรียนการสอนหรืออุปกรณ์เกี่ยวกับการเรียนการสอนให้แก่ผู้เรียน  ครู   ผู้ปกครอง  และบุคลากรของโรงเรียน
(๓)   เพื่อให้บริการด้านวิชาการและบริการอื่นแก่ชุมชน
(๔)   อื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่องกับการจัดการศึกษา


หมวด  ๓
ทุนทรัพย์  ทรัพย์สิน  และการได้มาซึ่งทรัพย์สิน

ข้อ ๖ ทรัพย์สินของโรงเรียนเมื่อเริ่มแรกคือ
(๑) เงินสดจำนวน  xxxxxxxxxxxx  บาท    มีหนี้สินจำนวน    xxxxxxxxxx   บาท
(๒) ทรัพย์สินส่วนที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่
- ที่ดินอันเป็นสถานที่ตั้งของโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน  จำนวน  ๒๑  ไร่   -   งาน  ๓๖   ตารางวา   ตามโฉนดที่ดินเลขที่/เอกสารสิทธิอื่น พร้อมสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน ดังนี้
-  แปลนที่ ๑ โฉนด   เลขที่     ๒๔๖๓๐     มีเนื้อที่     ๘    ไร่    ๒  งาน  ๙๔  ตารางวา โดยเช่าจากมัสยิดอาซิซสถาน   ประกอบด้วย
อาคารเรียน  ๘ หลัง    จัดเป็นห้องสมุด  ห้องวิทยาศาสตร์ ห้องประชุม  ห้องพยาบาล   ห้องพักครู   ห้องกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน  ห้องแนะแนว  ห้องกิจการนักเรียน  ห้องทะเบียน   ห้องศูนย์กลุ่มสาระการเรียนรู้วิชาต่าง ๆ  และห้องโสตมัลติมีเดีย
โรงอาหาร  ขนาด  16 X  28    จำนวน    1   หลัง 
-  แปลนที่ ๒ โฉนด เลขที่ ๑๖๕๐๙   มีเนื้อที่  ๔  ไร่  ๑  งาน  ๒๔  ตารางวา  ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน  ประกอบด้วย
อาคารเรียน   ๒   ชั้น  จำนวน  ๑ หลัง  จัดเป็นห้องพักครู  
อาคารอเนกประสงค์  ( ศูนย์การกีฬา )   จำนวน   ๑   หลัง 
-  แปลนที่ ๓, ๔ ,และ๕ โฉนด เลขที่ ๑๖๕๐๔,๑๖๕๑๐,๑๖๕๑๑  มีเนื้อที่  ๒ ไร่ - งาน ๑๔  ตารางวา,  ๒  ไร่  ๑  งาน  ๑๑  ตารางวา  และ  ๓  งาน  ๒๐  ตารางวา  ตามลำดับ  ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิอาซิซสถานอนุสรณ์   ประกอบด้วย
สวนสัตว์ปีก   สถานที่พักผ่อน   น้ำตก   และแหล่งการเรียนรู้
-  แปลนที่  ๖ และ ๗  โฉนด เลขที่   ๔๗๗๔๔ , ๔๗๗๔๕  มีเนื้อที่  ๑  ไร่  ๓  งาน  ๕๕  ตารางวา  และ  ๑  ไร่  -  งาน  ๑๘  ตารางวา  ตามลำดับ  ซึ่งเป็นกรรมสิทธิ์ของมูลนิธิอาซิวสถานอนุสรณ์  ประกอบด้วย
อาคารเรียน  ๓  ชั้น  จำนวน  ๑  หลัง  มีสถานที่ละหมาด  โรงอาหารและสถานที่พักผ่อน
รวมพื้นที่ทั้งหมด  ๗  แปลน  จำนวน   ๒๑   ไร่    -    งาน   ๓๖   ตารางวา  ปัจจุบันโรงเรียนมีความจุทั้งสิ้น  ๔,๑๔๐  คน
(๓) รายการครุภัณฑ์ต่าง ๆ ตามบัญชีแนบท้ายตราสารจัดตั้ง รวมทั้งสิ้น    xxxxxxx     บาท
(๔) รถกระบะ  จำนวน  ๑   คัน  ใช้สำหรับ  ติดต่อประสานงาน  หรือดำเนินกิจการของโรงเรียน

ข้อ ๗ โรงเรียนอาจได้มาซึ่งทรัพย์สินดังต่อไปนี้
(๑)   เงินค่าใช้จ่ายรายบุคคลที่รัฐจ่ายให้แก่ผู้เรียน
(๒)   เงินอุดหนุนจากภาครัฐ
(๓)   เงินค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่น
(๔)   เงินหรือทรัพย์สินที่มีผู้บริจาคให้แก่โรงเรียน
(๕)   รายได้หรือผลประโยชน์ที่เกิดจากทรัพย์สินของโรงเรียน
(๖)   เงินจากการบริการต่างๆของโรงเรียน เช่น ค่าเช่าหอพัก  ค่าเช่าร้านต่างๆ การขายอาหาร ค่าบริการรับ-ส่งนักเรียน    ค่าขายเสื้อผ้า    เครื่องใช้สำหรับนักเรียน    การขายสิ่งพิมพ์    สื่อประกอบการเรียนการสอน  การบริการด้านคอมพิวเตอร์  ค่าบริการถ่ายเอกสาร  สหกรณ์ ค่าจำหน่ายทรัพย์สินอื่น ๆ ตามความเหมาะสม หรือตามมติของคณะบริหารสถานศึกษา
(๗)   รายได้จากการจัดงานอื่น
(๘)    เงินที่ได้จากการบริการที่เกี่ยวเนื่องจากผู้ปกครองครูและบุคลากรในโรงเรียน
(๙)   รายได้เนื่องจากการขายผลผลิตของโรงเรียน
(๑๐)  รายได้ที่เกิดจากการบริหารทรัพย์สินในอนาคต
(๑๑)   รายได้จากการระดมทุนต่าง ๆ
(๑๒)  รายได้อื่น ๆ นอกเหนือจากที่ระบุที่รัฐหรือหน่วยงานอื่นจ่ายให้เพื่อพัฒนาการศึกษา

หมวด  ๔
คณะกรรมการบริหารโรงเรียน

ข้อ ๘ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน  ประกอบด้วย  
๑. ผู้รับใบอนุญาต  
๒. ผู้จัดการ  
๓. ผู้อำนวยการ 
๔. ผู้แทนครูในโรงเรียน 
๕. ผู้แทนผู้ปกครองนักเรียนที่กำลังศึกษาอยู่ 
๖. ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อย  ๑  คนแต่ไม่เกิน   ๓  คน  ทั้งนี้  รวมกันแล้วไม่เกิน  ๘  คน   (ตามมาตรา ๓๐)
ในกรณีผู้รับใบอนุญาต  เป็นบุคคลเดียวกัน กับผู้จัดการ  หรือผู้อำนวยการ   ให้แต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเพิ่มขึ้น  หนึ่งหรือสองคน  แล้วแต่กรณี

ข้อ ๙ ให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนโดยตำแหน่ง

ข้อ ๑๐ หากผู้รับใบอนุญาตไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่ว่าในกรณีใด ๆ ก็ตามให้ผู้อำนวยการ หรือผู้จัดการ  บุคคลใดบุคคลหนึ่งทำหน้าที่แทน

หมวด ๕
คุณสมบัติ  การสรรหา  และการพ้นจากตำแหน่งของกรรมการบริหารโรงเรียน

ข้อ ๑๑ กรรมการบริหารโรงเรียนต้องมีคุณสมบัติดังนี้
(๑)   มีสัญชาติไทย
(๒)   มีอายุไม่ต่ำกว่า  ๒๕  ปีบริบูรณ์
(๓)   มีความรู้และประสบการณ์เหมาะสมกับกิจการของโรงเรียน
(๔)   มีความประพฤติเรียบร้อยเป็นที่ยอมรับของสังคม
(๕)  ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย  คนไร้ความสามารถ  หรือคนเสมือนไร้ความสามารถ
(๖)  ไม่เคยได้รับโทษจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก  เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่
ได้กระทำโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ

ข้อ ๑๒ วิธีการสรรหาคณะกรรมการบริหารโรงเรียน  อาจปฏิบัติได้  2  กรณี  ดังนี้
(๑)  ให้ผู้รับใบอนุญาตสรรหาและแต่งตั้งผู้ที่มีความสามารถและมีคุณสมบัติ  ตาม ข้อ  ๘ และ ๑๐
(๒) ให้ผู้รับใบอนุญาตแต่งตั้งคณะกรรมการสรรหาคณะหนึ่งเพื่อทำหน้าที่สรรหาผู้ที่มีความรู้   และความสามารถเป็นคณะกรรมการบริหาร  ตามข้อ ๘  เพื่อเสนอให้ผู้รับใบอนุญาตเลือกและแต่งตั้งตามจำนวนที่กำหนด

ข้อ ๑๓ ให้ผู้รับใบอนุญาต ผู้จัดการ และผู้อำนวยการเป็นคณะกรรมการบริหารของโรงเรียนโดยตำแหน่ง   โดยให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นประธานกรรมการบริหาร   ผู้จัดการหรือผู้อำนวยการเป็นกรรมการและเลขนุการ   กรรมการบริหารที่มิใช่กรรรมการโดยตำแหน่งให้มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ ๔ ปี และกรรมการบริหารที่พ้นจากตำแหน่งตามวาระอาจได้รับการแต่งตั้งได้อีก  แต่ต้องไม่เกินสองวาระติดต่อกัน

ข้อ ๑๔ กรรมการบริหารของโรงเรียนพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
(๑)   ตาย
(๒)    ลาออก
(๓)    คณะกรรมการบริหาร ๒ ใน ๓ ของที่ประชุมให้ออกเพราะบกพร่องต่อหน้าที่  มีความประพฤติ
เสื่อมเสียหรือกระทำการให้เกิดความเสียหายแก่การดำเนินกิจการโรงเรียน
(๔) ขาดคุณสมบัติตามข้อ ๑๐
(๕) ขาดคุณสมบัติของการเป็นกรรมการประเภทนั้น
ข้อ ๑๕ในกรณีที่กรรมการบริหารซึ่งมิใช่กรรมการโดยตำแหน่งพ้นจากตำแหน่งก่อนวาระให้ผู้รับใบอนุญาตสรรหาและแต่งตั้งตามข้อ ๑๒ แทนตำแหน่งที่ว่าง และให้กรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งแทนดำรงตำแหน่งเท่ากับวาระของกรรมการซึ่งตนแทนที่เหลืออยู่   เมื่อครบกำหนดตามวาระในวรรคหนึ่ง   หากยังไม่มีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารคณะใหม่ขึ้นมา  ให้คณะกรรมการการบริหารที่พ้นจากตำแหน่งอยู่ดำเนินงานต่อไปจนกว่าคณะกรรมการที่ได้รับการแต่งตั้งขึ้นใหม่เข้ารับหน้าที่

หมวด  ๖
การประชุม  และลงมติ

ข้อ ๑๖ คณะกรรมการบริหารโรงเรียนต้องจัดให้มีการประชุมอย่างน้อยภาคเรียนละ   ๑   ครั้ง

ข้อ ๑๗ ประธานคณะกรรมการบริหารโรงเรียนมีหน้าที่ต้องจัดให้มีการดำเนินการประชุมโดยการประชุม   ต้องมีกรรมการมาร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด  จึงจะเป็นองค์ประชุม

ข้อ ๑๘ ให้ประธานคณะกรรมการบริหารเป็นประธานในที่ประชุม  ถ้าประธานคณะกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้ให้ผู้อำนวยการ  หรือผู้จัดการ หรือกรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน

ข้อ ๑๙ การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก  กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงในการลงคะแนนหนึ่งเสียง  ถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

ข้อ ๒๐ การประชุมเพื่อลงมติพิเศษให้กระทำโดยมีกรรมการบริหารโรงเรียนเข้าที่ประชุมไม่น้อยกว่า  ๒  ใน ๓  ของจำนวนกรรมการทั้งหมด  และมีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า ๒ ใน ๓ ของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุม

หมวด  ๗
อำนาจหน้าที่ของผู้บริหารโรงเรียน

ข้อ ๒๑ ให้ผู้รับใบอนุญาตมีอำนาจในการเปลี่ยนแปลงรายละเอียดต่าง ๆ ตามมาตรา ๒๐ ทั้งนี้ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์  วิธีการ  และเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พ.ศ. 2551

ข้อ ๒๒ ให้ผู้รับใบอนุญาตเป็นผู้แทนของโรงเรียนในการทำนิติกรรมกับบุคคลภายนอกโดยลงลายมือชื่อและประทับตราของโรงเรียน

ข้อ ๒๓ ผู้จัดการมีหน้าที่เป็นผู้ดูแลรับผิดชอบเกี่ยวกับการเงิน   งบประมาณ  การบริหารงานทั่วไป    และตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน  ๒๕๕๐

ข้อ ๒๔ ผู้อำนวยการมีหน้าที่เป็นผู้รับผิดชอบดูแลเกี่ยวกับงานวิชาการของโรงเรียน  และตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน  พ.ศ. ๒๕๕๐

ข้อ ๒๕ ผู้รับใบอนุญาตอาจจะแต่งตั้งรองผู้อำนวยการหรือรองผู้จัดการจำนวนกี่คนก็ได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ให้รับผิดชอบงานตามที่ผู้อำนวยการหรือผู้จัดการหมอบหมาย

หมวด  ๘
อำนาจหน้าที่คณะกรรมการบริหารโรงเรียน

ข้อ  ๒๖ คณะกรรมการบริหารโรงเรียน  มีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  ๓๑  มาตรา  ๔๔  มาตรา  ๔๕  และมาตรา  ๔๗  แห่งพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน  พ.ศ.  ๒๕๕๐  ดังนี้
(๑)   ออกระเบียบ  และข้อบังคับต่าง ๆ  ของโรงเรียน
(๒)  ให้ความเห็นชอบนโยบาย  และแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียน
(๓)  ให้คำแนะนำการบริหารและการจัดการโรงเรียน  ด้านบุคลากร  แผนงาน งบประมาณ  วิชาการ  กิจการนักเรียน  อาคารสถานที่  และความสัมพันธ์กับชุมชน
(๔)  กำกับดูแลให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในโรงเรียน
(๕)  ติดตาม  ตรวจสอบ  และประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ
(๖)  ให้ความเห็นชอบในการกู้ยืมเงินจากสถาบันการเงินต่าง  ๆ  ครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันเกินร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าของทรัพย์สินที่โรงเรียนมีอยู่
ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารไม่ให้ความเห็นชอบการกู้ยืมเงิน  คณะกรรมการต้องเสนอทางเลือกที่ปฏิบัติได้ให้แก่โรงเรียนในระบบด้วย  เว้นแต่คณะกรรมการจะเห็นว่าการกู้ยืมเงินนั้นมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของการดำเนินกิจการโรงเรียน
(๗)    ให้ความเห็นชอบการกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียน
(๘)    ให้ความเห็นชอบรายงานประจำปี  งบการเงินประจำปี  และการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี 
(๙)     พิจารณาคำร้องทุกข์ของครู  ผู้ปกครองและนักเรียน
(๑๐)  ให้ความเห็นชอบในการขอเปลี่ยนแปลงรายการในตราสารจัดตั้ง
(๑๑)  ให้ความเห็นชอบในการขอเปลี่ยนแปลงรายการในรายละเอียดเกี่ยวกับกิจการโรงเรียน
(๑๒)  ดำเนินการจัดสรรผลกำไรที่ได้จากการดำเนินกิจการของโรงเรียนในแต่ละปี  เข้ากองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบ  กองทุนสำรอง  กองทุนอื่น  และจัดสรรให้ผู้ใบอนุญาต  ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา  ๔๕
(๑๓)  ดำเนินการให้มีการตรวจสอบบัญชีของโรงเรียน  เพื่อตรวจสอบและแสดงความเห็นต่องบการเงินของโรงเรียนภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นรอบปีบัญชี  ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่คณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนกำหนด  (มาตรา  ๔๗)
(๑๔)    คณะกรรมการบริหารอาจจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานอย่างใดอย่างหนึ่งในการดำเนินงานของโรงเรียนตามที่คณะกรรมการบริหารมอบหมาย ดังนี้
๑.  อนุกรรมการด้านวิชาการ
๒.  อนุกรรมการด้านการเงิน
๓.  อนุกรรมการสำหรับการบริหารทั่วไปและการบริหารงานบุคคล
๔.  อนุกรรมการเกี่ยวกับกิจกรรมเสริมหลักสูตรเพื่อส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม  ด้านต่าง ๆ เช่น  ด้านรณรงค์ต่อต้านยาเสพติด  การส่งเสริมความสัมพันธ์ชุมชน  และระบบดูแลช่วยเหลือนักเรียน  เป็นต้น
(๑๕) และปฏิบัติหน้าที่อื่นนอกจากที่ระบุ ทั้งนี้ต้องไม่ขัดกับระเบียบและพระราชบัญญัติการศึกษาเอกชน อันเกี่ยวกับกิจการของโรงเรียน

ข้อ  ๒๗ มติคณะกรรมการบริการโรงเรียนตามข้อ  ๒๔ (๗)(๑๐)(๑๑)(๑๒)  จะกระทำได้ก็แต่โดยการประชุมและมีมติเห็นชอบ

หมวด  ๙
การบริหารการเงิน

ข้อ  ๒๘ การเบิกจ่ายและการเก็บรักษาเงินให้เป็นไปตามที่โรงเรียนกำหนด

ข้อ  ๒๙ กำหนดปีบัญชีของโรงเรียน  ตั้งแต่วันที่  ๑  พฤษภาคม  ถึง  วันที่  ๓๐ เมษายนของทุกปี

ข้อ ๓๐ จัดทำงบประมาณการ รายรับ – รายจ่าย และงบดุลประจำปีเสนอให้คณะกรรมการบริหารไม่เกินวันที่  ๓๐  มิถุนายน  ของทุกปี

ข้อ  ๓๑ การเพิ่มงบประมาณตามโครงการ/แผนงานหรือการดำเนินงานของโรงเรียนให้เป็นไปตามที่โรงเรียนกำหนด

ข้อ ๓๒ การใช้เงินจากกองทุนสำรอง หรือกองทุนอื่น ๆ (ถ้ามี) ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน


หมวด  ๑๐
การสรรหา  แต่งตั้งและถอดถอนครูและบุคลากรทางการศึกษา

ข้อ  ๓๓ การสรรหาครูหรือบุคลากรทางการศึกษา โรงเรียนจะสรรหาเมื่อครูหรือบุคลากรทางการศึกษาไม่เพียงพอ อาจปฏิบัติดังนี้
๑. ประกาศรับสมัคร
๒. กำหนดคุณสมบัติ
๓. แต่งตั้งคณะกรรมการคัดเลือก
๔. สอบสัมภาษณ์

ข้อ ๓๔ การแต่งตั้งครูควรมีหลักฐานประกอบดังนี้
๑. สำเนาใบวุฒิ
๒. สำเนาทะเบียนบ้าน
๓. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนหรือหนังสือเดินทาง(กรณีชาวต่างชาติ)
๔. ใบรับรองแพทย์
๕. ใบรับรองความประพฤติ
๖. ภาพถ่ายครึ่งตัว ขนาด ๕ คูณ ๗  เซนติเมตรและถ่ายมาแล้วไม่เกินหกเดือน
๗. ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูหรือหนังสือรับรองให้เป็นครูทำการสอนได้โดยไม่ต้องมีใบประกอบวิชาชีพจากคุรุสภา

ข้อ  ๓๕ เมื่อโรงเรียนได้รับครูเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ดำเนินการดังนี้
๑. ทำสัญญาว่าจ้างตามข้อกำหนดในระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองการทำงานของครู
๒. เสนอขอความเห็นชอบการแต่งตั้งครูต่อผู้รับใบอนุญาต
๓. เมื่อผู้รับใบอนุญาตให้ความเห็นชอบผู้อำนวยการออกหนังสือแต่งตั้งภายในระยะเวลา  ๓๐  วัน
๔. มอบหนังสือต้นฉบับให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งรักษาไว้และเก็บรักษาสำเนาไว้ที่โรงเรียน
๕. รายงานการแต่งตั้งต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพร้อมสำเนาหลักฐานภายใน  ๓๐  วัน

ข้อ  ๓๖ การถอดถอนครูของโรงเรียนอาจปฏิบัติได้ดังนี้
๑. ถอดถอนโดยครูกระทำความผิด  ตามมติของคณะกรรมการสอบสวนที่โรงเรียนแต่งตั้งขึ้น
๒. ถอดถอนโดยครูประสงค์ลาออก
๓. ถอดถอนเนื่องจากหย่อนสมรรถภาพในการสอนหรือปฏิบัติหน้าที่
๔. ถอดถอนเนื่องจากเสียชีวิต
การถอดถอนทุกกรณีจะกระทำได้เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้อนุญาตให้ออก

ข้อ  ๓๗ เมื่อผู้รับใบอนุญาตได้อนุญาตให้ครูออกให้ผู้อำนวยการดำเนินการดังนี้
๑. ออกหนังสือถอดถอน
๒. รายงานการถอดถอนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน  ๓๐  วัน นับจากวันที่ถอดถอน

หมวด  ๑๑
ระเบียบการของโรงเรียน

ข้อ ๓๘ ระเบียบการเกี่ยวกับการรับสมัครนักเรียน
โรงเรียนรับสมัครนักเรียนชายและหญิง ที่มีความประสงค์จะเรียนวิชาศาสนาอย่างเดียวหรือเรียนวิชาศาสนาควบคู่กับวิชาสามัญ ทั้งไป-กลับและประจำ โดยมีคุณสมบัติดังต่อไปนี้
๑. นับถือศาสนาอิสลาม
๒. มีอายุตั้งแต่ ๑๓ ปีขึ้นไป หรือ
๓. สำเร็จการศึกษาในช่วงชั้นที่ ๒ (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) หรือเทียบเท่าหรือ
๔. สำเร็จการศึกษาในช่วงชั้นที่ ๓ (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓) หรือเทียบเท่าหรือ
๕. เป็นผู้ที่กำลังศึกษาอยู่ในระดับช่วงชั้นที่ ๓ หรือ ระดับช่วงชั้นที่ ๔
๖.   เมื่อโรงเรียนได้รับนักเรียนคนใดแล้ว  จะพิจารณาให้เข้าเรียนตามความเหมาะสมกับความรู้ที่มี    อยู่เดิม สำหรับระเบียบการสมัครนั้น โรงเรียนจะประกาศในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ของทุกๆปี

ข้อ ๓๙ หลักฐานการสมัคร
หลักฐานที่นักเรียนจะต้องนำมาในวันรับสมัคร ประกอบด้วย
๑. สำเนาสูติบัตรของนักเรียน    
๒. สำเนาทะเบียนบ้าน     
๓.สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนหรือหลักฐานอื่นที่แสดงว่าเป็นผู้สำเร็จหรือกำลังศึกษาอยู่ของแต่ละช่วงชั้น  
๔. ภาพถ่ายนักเรียนขนาด ๒ นิ้ว ที่ถ่ายไว้ไม่เกิน ๖ เดือน  
๕. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของนักเรียน (ถ้ามี) 
๖. สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของบิดา/มารดา หรือผู้ปกครอง    
๗. สำเนาระเบียนแสดงผลการเรียนหรือหนังสือรับรองผลการเรียนวิชาศาสนา (ถ้ามี)

ข้อ๔๐ การจำหน่ายนักเรียน
โรงเรียนจะจำหน่ายนักเรียนออกจากโรงเรียนในกรณีดังต่อไปนี้
๑. จบหลักสูตรชั้นสูงสุดของโรงเรียน
๒. มีความประสงค์ลาออก
๓. เสียชีวิต
๔. กระทำการเป็นภัยต่อความมั่นคงหรือความปลอดภัยของประเทศหรือวัฒนธรรม ศีลธรรมอันดีงาม
๕. เป็นโรคติดต่อที่สังคมรังเกียจ

ข้อ ๔๑ เวลาเรียน
๑. โรงเรียนเริ่มทำการสอนตั้งแต่เวลา ๐๘.๐๐ น. ถึงเวลา ๑๖.๑๐ น.
๒. ทำการสอนตั้งแต่วันอาทิตย์ ถึงวัน วันพฤหัสบดี
๓. พักกลางวันตั้งแต่เวลา ๑๒.๑๕ น. ถึงเวลา ๑๓.๑๐ น.
๔. เปิดสอนในปีการศึกษาหนึ่ง ๆ ตั้งแต่  วันที่ ๑  พฤษภาคม – ๓๐ เมษายน  ของทุกๆปี

ข้อ ๔๒ วันหยุด
๑. วันหยุดประจำสัปดาห์ หยุดวันศุกร์และวันเสาร์
๒. วันหยุดตามวันหยุดราชการประจำปีเว้นแต่เป็นวันหยุดตามวันสำคัญของศาสนาที่ไม่ใช่ศาสนาอิสลาม
๓. วันหยุดตามวันสำคัญทางศาสนาอิสลาม มีดังนี้
๓.๑   วันตรุษอิดิลฟิตรี วันที่ ๑ – ๓  เดือนเซาวัล   ๓ วัน
๓.๒  วันตรุษอิดิลอัฏฮา วันที่ ๑๐ – ๑๒ เดือนซุลฮิจญะห์  ๓ วัน

ข้อ ๔๓ การแต่งกายของนักเรียน
๑.  นักเรียนชาย  ให้เป็นไปตามระเบียบการแต่งกายของนักเรียนชายที่โรงเรียนกำหนด
๒. นักเรียนหญิง  ให้เป็นไปตามระเบียบการแต่งกายของนักเรียนหญิงที่โรงเรียนกำหนด

หมวด  ๑๒
การเลิกกิจการและการบัญชี

ข้อ  ๔๔ การเลิกกิจการโรงเรียนเมื่อผู้รับใบอนุญาต หรือทายาทไม่ประสงค์จะดำเนินกิจการต่อไปโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน และคณะกรรมการมูลนิธิฯ ต้องยื่นคำขอล่วงหน้าไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันก่อนสิ้นปีการศึกษาและให้ผู้รับใบอนุญาต  ผู้อำนวยการและผู้จัดการ  ส่งมอบหลักฐานการวัดผลประเมินผลของโรงเรียนให้แก่ผู้อนุญาตเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

ข้อ ๔๕ ให้คณะกรรมการบริหารโรงเรียนแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีเพื่อชำระบัญชีของโรงเรียน  (โดยอาจให้ผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการเป็นผู้ชำระบัญชี  เพื่อเลิกกิจการโรงเรียน)

ข้อ  ๔๖ การชำระบัญชีให้นำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่าด้วยการชำระบัญชีห้างหุ้นส่วนจดทะเบียน  ห้างหุ้นส่วนจำกัด  และบริษัทจำกัดมาใช้บังคับโดยอนุโลม

ข้อ  ๔๗ เมื่อชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หากมีทรัพย์สินเหลืออยู่ให้โอนแก่ผู้รับใบอนุญาต

หมวด  ๑๓
เบ็ดเตล็ด

ข้อ  ๔๘ การบริหารและการจัดการงานพัสดุ  ครุภัณฑ์ ให้เป็นไปตามระเบียบของโรงเรียน

ข้อ  ๔๙ การตีความในตราสารของโรงเรียนหากเป็นที่สงสัยให้คณะกรรมการบริหารจัดประชุมโดยมีองค์ประชุมไม่น้อยกว่า  2  ใน  3  และมติเสียงข้างมากเป็นผู้ชี้ขาด

ข้อ ๕๐ การแก้ไข  เพิ่มเติม  ตราสารของโรงเรียนสามารถกระทำได้โดยการประชุมคณะกรรมการบริหารและมติที่ประชุมโดยเสียงข้างมากให้ดำเนินการแก้ไข

ข้อ ๕๑ การเปลี่ยนแปลงในหมวดที่๑ให้ยึดถือตามที่ได้รับอนุญาตหรือตามประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ถูกต้องตามกฎหมายโดยไม่ต้องแก้ไขในตราสารก็ได้

ข้อ ๕๒ ผลกำไรที่ได้จากการดำเนินงาน กิจการของโรงเรียนในแต่ละปีให้คณะกรรมการบริหารดำเนินการตามมาตรา ๔๕  ดังต่อไปนี้
(๑)  จัดสรรเงินเข้ากองทุนส่งเสริมโรงเรียนในระบบตามที่คณะกรรมการกำหนดไม่เกินร้อยละสาม
(๒) จัดสรรเข้ากองทุนสำรองไม่น้อยกกว่าร้อยละสิบ
(๓) จัดสรรให้แก่ผู้รับใบอนุญาตไม่เกินร้อยละสี่สิบ
(๔) ในกรณีที่มีกองทุนอื่นให้จัดสรรกำไรส่วนที่เหลือเข้ากองทุนอื่นนั้น  ในกรณีที่ไม่มีกองทุนอื่น   ให้จัดสรรกำไรส่วนที่เหลือเข้ากองทุนสำรอง
การจัดสรรเงิน ตาม (๒)  (๓)  (๔)  ให้เป็นไปตามมติของคณะกรรมการบริหารโรงเรียน


ลงชื่อ
(นายอับดุลวาฮับ   อับดุลวาฮับ)
ผู้รับใบอนุญาต/ผู้รับอนุญาตจัดตั้งโรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน
ผู้ทำตราสาร

 

หลักสูตรสถานศึกษา

อีเมล พิมพ์
ในปีการศึกษา 2545 โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถานได้เข้าเป็นโรงเรียนเครือข่ายการ ใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔ โดยเปิดสอนในช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4 ซึ่งในแต่ละหลักสูตรได้กำหนดแผนการจัดการเรียนการสอนไว้ดังนี้
1. ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3
เวลาเรียน 1440 ชั่วโมง/ปี
ใช้เวลาตลอดหลักสูตร โดยปกติ 3 ปี ในปีการศึกษาหนึ่งๆ แบ่งเวลาเรียนเป็น 2 ภาคเรียน ภาคเรียนละ 20 สัปดาห์
ในหนึ่งสัปดาห์ โรงเรียนเปิดสอน 5 วันๆละ 9 คาบ ตั้งแต่วันอาทิตย์ ถึง วันพฤหัสบดี
2. ช่วงชั้นที่ 4 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6
ใช้เวลาตลอดหลักสูตร โดยปกติ 3 ปี ในปีการศึกษาหนึ่งๆ แบ่งเวลาเรียนเป็น 2 ภาคเรียน ภาคเรียนละ 20 สัปดาห์
ในหนึ่งสัปดาห์ โรงเรียนเปิดสอน 5 วันๆละ 9 คาบ ตั้งแต่วันอาทิตย์ ถึง วันพฤหัสบดี
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถานได้จัดให้ผู้เรียนทุกคนร่วมกิจกรรมให้เหมาะสมกับวัย วุฒิภาวะ และความแตกต่างระหว่างบุคคลของผู้เรียน โดยคำนึงถึงสิ่งต่อไปนี้

1. การจัดกิจกรรมต่าง ๆ เช่น กิจกรรมโครงงาน เพื่อเกื้อกูล ส่งเสริมการเรียนรู้ทั้ง 8 กลุ่มสาระ
2. จัดกิจกรรมตามความสนใจ ความถนัดตามธรรมชาติและความสามารถ ความต้องการของผู้เรียนและชุมชน
3. จัดกิจกรรมเพื่อปลูกฝัง อบรมให้ผู้เรียนมีบุคลิกภาพและคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ฝึกการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม เช่น กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์
4. จัดกิจกิจกรรมประเภทบริการด้านต่าง ๆ ฝึกการทำงานที่เป็นประโยชน์ต่อตนเองและส่วนรวม เช่น กิจกรรมอาสาสมัครพยาบาล อาสาสมัครห้องสมุด
5. การประเมินผลการปฏิบัติกิจกรรมอย่างเป็นระบบโดยให้ถือว่าเป็นเกณฑ์ประเมินผลการผ่านช่วงชั้นเรียน

วัตถุประสงค์การจัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน

1. เพื่อให้ผู้เรียนได้รับประสบการณ์ที่หลากหลาย เกิดความรู้ ความชำนาญ ด้านวิชาการ วิชาชีพ และเทคโนโลยี
2. เพื่อให้ผู้เรียนเห็นคุณค่าขององค์ความรู้ต่าง ๆ และสามารถนำความรู้และประสบการณ์ใช้ในการพัฒนาตนเองและประกอบอาชีพสุจริต
3. เพื่อให้ผู้เรียนรู้จักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น มีวุฒิภาวะอารมณ์ มีกระบวนการคิด มีทักษะในการดำเนินชีวิตอย่างมีความสุข
4. เพื่อให้ผู้เรียนค้นพบและพัฒนาศักยภาพของตนเอง มองเห็นช่องทางในการสร้างงานอาชีพในอนาคตให้เหมาะสมกับตนเอง
5. เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาบุคลิกภาพ เจตคติ ค่านิยมที่ดีในการดำเนินชีวิต เสริมสร้างคุณธรรม จริยธรรม

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียนเป็นกิจกรรมที่โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน จัดให้ผู้เรียนได้พัฒนาความสามารถของตนตามศักยภาพ มุ่งเน้นเพิ่มเติมจากกิจกรรมที่ได้จัดให้เรียนรู้จากกลุ่มสาระทั้ง 8 กลุ่มสาระ เป็นการเข้าร่วมและปฏิบัติกิจกรรมที่เหมาะสมร่วมกับผู้อื่นอย่างมีความสุข ผู้เรียนสามารถเลือกกิจกรรมด้วยตนเองตามศักยภาพ เพื่อให้มีการพัฒนาครบทุกด้าน ทั้งร่างกายสติปัญญา อารมณ์และสังคม รวมทั้งมีคุณธรรม และจริยธรรม

โรงเรียนได้จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ดังนี้

  • กิจกรรมศาสนา
  • กิจกรรมโครงงาน
  • กิจกรรมผู้บำเพ็ญประโยชน์
  • กิจกรรมแนะแนว
กิจกรรมศาสนา

กำหนดให้นักเรียนศึกษาและวิเคราะห์หลักคำสอนจากอัลกุรอาน และวจนะของท่านศาสดา(อัลฮะดิษ) แล้วนำมาวางแผน ดำเนินการจัดกิจกรรมต่างๆ โดยการจัดนิทรรศการ การกล่าวคำปราศรัย การอภิปราย การโต้วาที การจัดตั้งชมรม จัดมุมแสดงกิจกรรมเฉพาะเรื่อง ฯลฯ เป็นต้น แล้วสรุปผลการจัดกิจกรรมนั้น

กิจกรรมศาสนา ประกอบด้วย

• การละหมาดญะมาอะห์ร่วมกัน
• การเข้าร่วมกิจกรรมวันสำคัญทางศาสนา
• การบรรยายธรรมทางศาสนา

กิจกรรมแนะแนว

โรงเรียนจัดกิจกรรมแนะแนวเพื่อช่วยเหลือและพัฒนาผู้เรียนใน 3 รูปแบบ คือ
1. จัดกิจกรรมด้วยกระบวนการทางจิตวิทยา ให้แก่ผู้เรียนทั้งรายบุคคล และเป็นกลุ่ม เพื่อให้ได้รับ
การพัฒนาทักษะการดำเนินชีวิต รู้จักรักและเห็นคุณค่าในตนเองและผู้อื่น รวมทั้งการสร้างคุณธรรม จริยธรรม มีความเป็นไทย รู้จักกาลเทศะ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ โอบอ้อมอารี เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
2. การจัดบริการแนะแนว ให้ข้อมูลข่าวสาร สารสนเทศที่จำเป็นและทันสมัย
3. การบูรณาการแนะแนวในการเรียนการสอนทั้งแนะแนวการศึกษาและแนะแนวอาชีพ

กิจกรรมโครงงาน

เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เพิ่มพูนความรู้ทักษะพัฒนาความสามารถในการปฏิบัติงานได้อย่างชำนาญ และได้บูรณาการหลาย ๆ สาระเข้าด้วยกัน

จุดประสงค์สำคัญในการกำหนดให้มีกิจกรรมโครงงานก็คือ

• ผู้เรียนสามารถจำแนกประเภทข้อมูล เปรียบเทียบและมีความคิดรวบยอด
• ผู้เรียนสามารถประเมินค่าความน่าเชื่อถือของข้อมูล รู้จักพิจารณาข้อดี-ข้อเสีย ความถูก-ผิด ระบุวาเหตุ-ผล ค้นหาคำตอบ เลือกวิธีและมีปฏิภาณในการแก้ปัญหา และตัดสินใจได้อย่างสันติ และมีความถูกต้องเหมาะสม
• มีความคิดริเริ่ม มีจินตนาการ สามารถคาดการณ์และกำหนดเป้าหมายได้
• มีความกระตือรือร้น สนใจการเรียนรู้จากแหล่งต่างๆ รู้จักตั้งคำถามเพื่อหาเหตุผล
• รักการอ่าน สามารถใช้ห้องสมุด แหล่งความรู้และสื่อต่างๆ ทั้งในและนอกสถานศึกษา
• สามารถสรุปประเด็นจากการเรียนรู้และประสบการณ์ได้อย่างถูกต้องด้วยตนเอง
• สามารถทำงานตามลำดับขั้นตอนและผลงานมีประสิทธิภาพ
• ขยัน อดทน ละเอียดรอบคอบในการทำงาน พัฒนางาน สามารถทำงานอย่างมีความสุขและภูมิใจในงานของตนเอง
• สามารถทำงานเป็นทีม (ช่วยเหลือผู้อื่น ไม่เอาเปรียบ ให้ความร่วมมือ ยอมรับฟังความคิดเห็นและความสามารถของผู้อื่น ร่วมรับผิดชอบผลงานของกลุ่ม)

จุดประสงค์ทั้งหมดที่กล่าวมา เป็นตัวบ่งชี้ที่ปรากฏในมาตรฐานข้อที่ 4, 6 และ 9 ของมาตรฐานการศึกษาเพื่อการประเมินคุณภาพภายนอก ซึ่งโรงเรียนทุกโรงทั่วประเทศต้องได้รับการประเมินก่อนปีการศึกษา 2548

การรวมกลุ่มจัดกิจกรรม

ผู้เรียนสามารถที่จะเลือกทำโครงงานตามความถนัดโดยให้ผู้เรียนจัดกลุ่ม ๆ ละ 7 – 8 คน กลุ่มละอย่างน้อย 1 โครงงานในการเรียนแต่ละช่วงชั้น โดยสามารถเลือกโครงงานในกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่สนใจ บูรณาการจากหลาย ๆ สาระเข้าด้วยกัน หรือเลือกตามความถนัด ความสนใจของสมาชิกในกลุ่ม พร้อมทั้งเขียนโครงร่างโครงงานเพื่อเสนอให้อาจารย์ที่ปรึกษา

การเขียนโครงร่างโครงงาน

• ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเลือกหัวข้อในการทำโครงงานตามความสนใจ
• เขียนโครงร่างโครงงานตามแบบฟอร์มที่กำหนด
• นำเสนอโครงร่างโครงงานต่ออาจารย์ที่ปรึกษา
• โครงงานที่อาจารย์ที่ปรึกษาอนุมัติให้ผู้เรียนปรับปรุงแก้ไขให้สมบูรณ์ขึ้น ( สำหรับโครงงานที่ไม่สมบูรณ์ ) และโครงงานที่ไม่ผ่านการอนุมัติผู้เรียนต้องเลือกหัวข้อใหม่หรือเขียนใหม่ตามที่อาจารย์ที่ปรึกษาได้แนะนำให้เสร็จสิ้นภายในภาคเรียนแรก
• ส่งโครงร่างโครงงานที่อาจารย์ที่ปรึกษาอนุมัติกับงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อคัดกรองโครงงานและเสนอให้กับผู้บริหารรับทราบและอนุมัติ
• โครงงานที่ผ่านการอนุมัติจากข้อ 7 ให้ผู้เรียนดำเนินการตามแผน ส่วนโครงงานใดที่ไม่ผ่าน

การอนุมัติจากข้อ 7 ให้ผู้เรียนปรับปรุงแก้ไขต่อไป

ขั้นตอนการทำโครงงาน

โครงร่างโครงงานที่ผ่านการพิจารณาจากผู้บริหารผู้เรียนสามารถปฏิบัติโครงงาน ดังนี้

• ผู้เรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติตามที่ได้วางแผนไว้ในโครงร่างโครงงาน
• บันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมและความก้าวหน้าในการทำโครงงานลงในสมุดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนทุกครั้งเมื่อมีการปฏิบัติโครงงานอย่างน้อยเดือนละ 2 ครั้ง
• ส่งบันทึกการเข้าร่วมกิจกรรมโครงงานให้กับอาจารย์ที่ปรึกษาเซ็นรับทราบและอาจารย์ที่ปรึกษาส่งแบบติดตามโครงงานให้กับงานกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน
• ผู้เรียนแต่ละกลุ่มปฏิบัติการทำโครงงานจนสำเร็จบรรลุตามเป้าหมาย
• ผู้เรียนแต่ละกลุ่มเขียนสรุปผลโครงงานตามขั้นตอน ดังนี้

ขั้นตอนการเขียนสรุปผลโครงงาน

1. คำนำ
2. สารบัญ 
3. กิตติกรรมประกาศ
4. บทคัดย่อ
5. บทที่ 1 บทนำ
- ที่มาและความสำคัญของโครงงาน
- วัตถุประสงค์
- ขอบเขตและวิธีการดำเนินงาน
- ผลที่คาดว่าจะได้รับ
6. บทที่ 2 เอกสารที่เกี่ยวข้อง
7. บทที่ 3 วิธีการดำเนินงาน
8. บทที่ 4 ผลการดำเนินงาน
9. บทที่ 5 สรุปผลการดำเนินงาน
10. ภาคผนวก
11. อ้างอิง

• จัดทำแผ่นพับและบอร์ดเพื่อเตรียมตัวในการนำเสนอ
• นำรายงานสรุปผลการดำเนินงาน แผ่นพับ บอร์ด ให้อาจารย์ที่ปรึกษาตรวจสอบความถูกต้อง( โครงงานจะต้องเสร็จสิ้นภายในภาคเรียนที่ 2 ก่อนจะมีการจัดนิทรรศการโครงงาน )
• ผู้เรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงานในนิทรรศการโครงงานที่ทางโรงเรียนจัดขึ้นในแต่ละปีการศึกษา

เกณฑ์การประเมินกิจกรรมโครงงาน

• มีเวลาเข้าร่วมกิจกรรมร้อยละ 80
• ผ่านจุดประสงค์ของกิจกรรม

ประวัติโรงเรียน

อีเมล พิมพ์

โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถานเดิมชื่อ ปอเนาะอาซิซสถาน เริ่มก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2469 โดยฮัจยีอับดุลอาซิซ อับดุลวาฮับ ประธานคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานีในขณะนั้น ร่วมกับชาวบ้านที่ประสงค์จะอาศัยอยู่ในชุมชนปอเนาะ สร้างบาลาเซาะห์ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้คัมภีร์อัลกุรอานและหลักการศาสนาอิสลามของชุมชน 

ตวนกูรูฮัจยีอับดุลอะซิซ บิน สะนิก อับดุลวาฮับ ผู้ก่อตั้งโรงเรียน

บาลาเซาะห์ แหล่งเรียนรู้ศาสนาของชุมชนปอเนาะอาซิซสถาน

พ.ศ. 2494 ฮัจยีอับดุลอาซิซ อับดุลวาฮับยื่นขอจดทะเบียนเป็นปอเนาะที่ขึ้นทะเบียนของทางราชการ

พ.ศ. 2510 เมื่อคณะรัฐมนตรีมีมติให้เริ่งรัดปอเนาะที่ขึ้นทะเบียนแล้วทั้งหมด ให้มาขอแปรสภาพจากปอเนาะเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ให้เสร็จสิ้นภายใน ๑๕ มิถุนายน ๒๕๑๔ (ไม่เช่นนั้นให้ถือว่าปอเนาะนั้นล้มเลิกไป และหลังจากนั้นห้ามก่อตั้งปอเนาะขึ้นมาอีก หากจะตั้งต้องเปิดสอนในรูปแบบของโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลามเท่านั้น) ฮัจยีอับดุลอาซิซ อับดุลวาฮับจึงได้มอบหมายให้หะยีแวอุมา หะยีอาแว ยื่นคำร้องต่อทางราชการ เพื่อขอจดทะเบียนเป็นโรงเรียนราษฎร์สอนศาสนาอิสลาม ใช้ชื่อว่า "โรงเรียนอาซิซสถาน"  

ชุดนักเรียนปอเนาะอาซิซสถาน (ก่อนปี พ.ศ. 2510)

ชาวบ้านปอเนาะอาซิซสถานร่วมกันสร้างอาคารเรียนหลังแรก

ชุดนักเรียนตั้งแต่ปี พ.ศ. 2510 เป็นต้นมา

พ.ศ.2513 นายหะยีอุมา หะยีอาแว โอนกิจการให้นายอับดุลวาฮับ อับดุลวาฮับ เป็นผู้รับใบอนุญาตและเป็นผู้จัดการ เข้าบริหารกิจการและได้ปรับปรุงในส่วนของวิชาสามัญเปิดสอนตามหลักสูตรประถมศึกษาตอนปลายของกระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2516 ได้ขยายชั้นเรียนวิชาสามัญ เปิดสอนตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นของกระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2521 ยุบหลักสูตรประถมศึกษาตอนปลาย แล้วเปิดสอนตามหลักสูตรมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลายของกระทรวงศึกษาธิการ วิชาศาสนาเปิดสอนตามหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนต้น และหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. 2530 ได้โอนกิจการของโรงเรียนให้อยู่ในความอุปถัมถ์ของมูลนิธิอาซิซสถานอนุสรณ์ มูลนิธินี้ได้ตั้งขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่โต๊ะครูหะยีอับดุลอาซิซ อับดุลวาฮับ ผู้ก่อตั้งโรงเรียน

พ.ศ. 2533 คณะกรรมการมูลนิธิและผู้บริหารโรงเรียนได้มีมติให้ดำเนินการขออนุญาตเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเดิมมาใช้ชื่อว่า โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน

พ.ศ. 2535 คณะกรรมการผู้บริหารโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการอำนวยการโรงเรียนได้มีมติให้ดำเนินการขออนุญาตเปลี่ยนแปลงหลักสูตรที่ใช้จัดการเรียนการสอนอยู่เดิม ทั้งหลักสูตรวิชาศาสนา และหลักสูตรวิชานสามัญมาใช้หลักสูตรบูรณาการดังนี้

- หลักสูตรอิสลามศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นพุทธศักราช 2535 ของกระทรวงศึกษาธิการ

- หลักสูตรอิสลามศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย พุทธศักราช 2535 ของกระทรวงศึกษาธิการ

- หลักสูตรอิสลามศึกษาตอนปลาย (ซานะวิยะห์) พุทธศักราช 2523 ของกระทรวงศึกษาธิการ

ชาวบ้านปอเนาะอาซิซสถานร่วมกันปรับพื้นที่สำหรับก่อสร้างอาคารเรียน 3 ชั้นหลังแรก (อาคาร 1 ปัจจุบัน)

พ.ศ. 2536 ได้รับอนุญาตให้แปรสภาพจากโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม ตามมาตรา 15(2) มาเป็นโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามตาม มาตรา 15(1)

พ.ศ. 2545 ได้เข้าร่วมเป็นโรงเรียนเครือข่ายการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ ซึ่งจะใช้หลักสูตรดังกล่าวก่อนโรงเรียนทั่วไป 1 ปี เพื่อเป็นโรงเรียนนำร่องการใช้หลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เรื่องที่เกี่ยวข้อง 

โครงสร้างการบริหารงาน

อีเมล พิมพ์
เพื่อให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พุทธศักราช 2550 (มาตรา 30-41) และหลักการกระจายอำนาจการจัดการศึกษา ทางโรงเรียนได้จัดโครงสร้างการบริหารงานตามแผนภูมิดังนี้
ผู้รับใบอนุญาต คือท่านโต๊ะครูอับดุลวาฮับ อับดุลวาฮับ
มีคณะกรรมการบริหารโรงเรียน ประกอบด้วยผู้รับใบอนุญาต ผู้จัดการ ผู้อำนวยการ ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนครู และผู้ทรงคุณวุฒิอย่างน้อยหนึ่งคนแต่ไม่เกินสามคน
เป็นกรรมการ คุณสมบัติ หลักเกณฑ์ วิธีการสรรหากรรมการ การเลือกประธานกรรมการ วาระการดำรงตำแหน่งและการพ้นจากตำแหน่ง เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในตราสารจัดตั้งโรงเรียน
คณะกรรมการบริหารของโรงเรียนมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้
(๑) ออกระเบียบ และข้อบังคับต่าง ๆ ของโรงเรียนในระบบ
(๒) ให้ความเห็นชอบนโยบาย และแผนพัฒนาการศึกษาของโรงเรียนในระบบ
(๓) ให้คำแนะนำการบริหารและการจัดการโรงเรียนในระบบด้านบุคลากร แผนงาน งบประมาณ วิชาการ กิจกรรมนักเรียน อาคารสถานที่ และความสัมพันธ์กับชุมชน
(๔) กำกับดูแลให้มีระบบการประกันคุณภาพภายในโรงเรียนในระบบ
(๕) ติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้อำนวยการ
(๖) ให้ความเห็นชอบการกู้ยืมเงินครั้งเดียวหรือหลายครั้งรวมกันเกินร้อยละยี่สิบห้าของมูลค่าของทรัพย์สินที่โรงเรียนในระบบมีอยู่ขณะนั้น ในกรณีที่คณะกรรมการบริหารไม่ให้ความเห็นชอบการกู้ยืมเงิน คณะกรรมการต้องเสนอทางเลือกที่ปฏิบัติได้ให้แก่โรงเรียนในระบบด้วย เว้นแต่คณะกรรมการจะเห็นว่าการกู้ยืมเงินนั้นมิได้เป็นไปเพื่อประโยชน์ของการดำเนินกิจการโรงเรียนในระบบ
(๗) ให้ความเห็นชอบการกำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาและค่าธรรมเนียมอื่นของโรงเรียน
(๘) ให้ความเห็นชอบรายงานประจำปี งบการเงินประจำปี และการแต่งตั้งผู้สอบบัญชี
(๙) พิจารณาคำร้องทุกข์ของครู ผู้ปกครองและนักเรียน
(๑๐) ดำเนินการอื่นตามที่กฎหมายระบุให้เป็นอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

ผู้อำนวยการ มีหน้าที่และความรับผิดชอบ คือ

(๑) ดูแลรับผิดชอบงานด้านวิชาการของโรงเรียน
(๒) แต่งตั้งและถอดถอน ครู บุคลากรทางการศึกษา และเจ้าหน้าที่ของโรงเรียนตามระเบียบที่คณะกรรมการบริหารกำหนด
(๓) ควบคุมปกครองครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียนของโรงเรียนในระบบ
(๔) จัดทำทะเบียนครู บุคลากรทางการศึกษา เจ้าหน้าที่ นักเรียน และเอกสารอื่นที่เกี่ยวกับการให้การศึกษาตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๕) จัดทำหลักฐานเกี่ยวกับการวัดและประเมินผลการศึกษาตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด
(๖) ปฏิบัติหน้าที่อื่นอันเกี่ยวกับวิชาการตามระเบียบและข้อบังคับของทางราชการ รวมทั้งตราสารจัดตั้ง นโยบาย ระเบียบและข้อบังคับของโรงเรียน และหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พุทธศักราช ๒๕๕๐
ปัจจุบันมีนายกามาล อับดุลวาฮับ เป็นผู้อำนวยการ และรองผู้อำนวยการสองท่านคือ นายมูฮัมมัดนาศีรุดดีน เล๊ะนุ๊ และ นายไพศาล อับดุลวาฮับ
หัวหน้าฝ่ายบุคลากร คือ นายมูฮัมมัดนาศีรุดดีน เล๊ะนุ๊
หัวหน้าฝ่ายกิจการนักเรียน คือ นายมูฮัมหมัด หะยีอาแว
หัวหน้าฝ่ายวิชาการศาสนา คือ นายอับดุลเลาะ ดือราแม
หัวหน้าฝ่ายวิชาการสามัญ คือ นายไพศาล อับดุลวาฮับ

 

ผู้จัดการ มีหน้าที่และความรับผิดชอบดังต่อไปนี้
(๑) ดูแลรับผิดชอบงานด้านงบประมาณของโรงเรียนในระบบ
(๒) ดูแลรับผิดชอบการบริหารงานทั่วไปของโรงเรียนในระบบ
(๓) ปฏิบัติหน้าที่อื่นอันเกี่ยวกับการบริหารงานตามตราสารจัดตั้ง นโยบาย ระเบียบ และข้อบังคับของโรงเรียนในระบบ และหน้าที่อื่นตามที่กำหนดไว้ในพระราชบัญญัติโรงเรียนเอกชน พุทธศักราช ๒๕๕๐
ปัจจุบันมีนายยะโกะ สาเระ เป็นผู้จัดการ และรองผู้จัดการ 3 ท่าน คือ
รองผู้จัดการฝ่ายธุรการและการเงิน นางนาวาล เล๊ะนุ๊
รองผู้จัดการฝ่ายอาคารสถานที่ นายยามารุดิง อับดุลวาฮับ
รองผู้จัดการฝ่ายสัมพันธ์ชุมชน นายบราเฮง อับดุลวาฮับ

ผู้บริหารโรงเรียนมีนโยบายให้ดำเนินการบริหารจัดการโดยใช้โรงเรียนเป็นฐานเน้นการกระจายอำนาจ และการมีส่วนร่วมของบุคลากรและผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่าย กระบวนการพัฒนายึดวงจรคุณภาพ PDCA ของเดมมิ่งเป็นหลัก คือ Plan – Do – Check – Action โดยเริ่มจาการวิเคราะห์สภาพปัจจุบัน กำหนดวิสัยทัศน์ ภารกิจ เป้าหมายการพัฒนา และยุทธศาสตร์เพื่อให้การพัฒนาบรรลุผลตามมาตรฐานคุณภาพการศึกษาของโรงเรียน และมาตรฐานหลักสูตรมีการจัดทำแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาระยะ 4 ปี จัดทำแผนปฏิบัติการประจำปี ตลอดจนปฏิทินการปฏิบัติงานเพื่อจะได้ก้าวเดินไปสู้เป้าหมาย และมาตรฐานคุณภาพการศึกษาที่กำหนด จากนี้ไปก็นำแผนปฏิบัติการไปสู่การปฏิบัติ (Do) ขณะที่ดำเนินการปฏิบัติตามแผนจัดให้มีการนิเทศ กำกับ ติดตาม ตรวจสอบ (Check) แล้วนำผลการนิเทศ กำกับ ติดตามตรวจสอบมาประเมินผลเพื่อหาทางปรับปรุงแก้ไข (Action) สำหรับการพัฒนางานให้ประสบความสำเร็จมากขึ้นในโอกาสต่อไป

เจตนารมณ์

อีเมล พิมพ์
ปรัชญาของโรงเรียน
                               “เรียนดี มีวินัย เน้นคุณธรรม”
เรียนดี  หมายถึง  ผู้เรียนมีทักษะความสามารถในเรื่อง
- การแสวงหาแหล่งข้อมูลและการแสวงหาความรู้ที่หลากหลาย ด้วยวิธีการต่างๆ
- การเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ การฟัง การอ่าน การสังเกต การบันทึก และการตั้งคำถาม
- การวิเคราะห์ สังเคราะห์ แปลความ ขยายความ สรุปความ จดจำ การเชื่อมโยงความรู้เดิมกับความรู้ใหม่เพื่อสร้างองค์ความรู้ ตลอดจนการสื่อความโดยการพูดหรือการเขียน
- การประเมินผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง คือ บอกจุดเด่น จุดบกพร่อง ระดับความรู้ที่ตนเองควรไปให้ถึง ทั้งกำหนดแนวทางในการพัฒนาตนเองได้
- มีเจตคติที่ดีต่อการเรียน สนใจใฝ่รู้มีความกระตือรือร้นต่อการเรียน ชอบแสวงหาความรู้เมื่อมีเวลาว่าง
มีวินัย  หมายถึง ผู้เรียนประพฤติตนอยู่ในระเบียบแบบแผน ตามระเบียบข้อบังคับของโรงเรียนรู้จักกาลเทศะ มีความรับผิดชอบในหน้าที่แห่งตนเอง  
มีความสามารถในการควบคุมอารมณ์  พฤติกรรม และการกระทำของตนเอง มีความสามัคคีปรองดองในหมู่คณะ ไม่กระทำการใดๆ อันก่อให้เกิดความยุ่งยากแก่ตนเอง  
และผู้อื่น ตลอดจนการร่วมทำงานกลุ่มหรืออยู่ร่วมกับผู้อื่นในสังคมได้อย่างมีความสุข
เน้นคุณธรรม  หมายถึง  ผู้เรียนมีความรู้ ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม ประเมินได้ว่าสิ่งใดดี สิ่งใดไม่ดี สิ่งใดถูก สิ่งใดผิด มีความรู้สึกชื่นชมยินดี 
เต็มใจที่จะปฏิบัติตามค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม ยึดมั่นแสดงออกและทำจนเป็นกิจนิสัยด้วยความชื่นชมยินดี ด้วยความคิดที่ถูกต้องในค่านิยม คุณธรรม จริยธรรม
ตามหลักธรรมของศาสนาอิสลาม ประพฤติโดยยึดมั่นต่อประโยชน์ของสังคมส่วนรวมเป็นสำคัญ
วิสัยทัศน์ (ตามแผนพัฒนาคุณภาพสถานศึกษา ระยะ 2554-2556)
"สิ้นปีการศึกษา 2556 โรงเรียนมูลนิธิอาซิซสถาน มีการบริหารและจัดการศึกษาที่มีคุณภาพ
บุคลากรมีศักยภาพในการจัดการเรียนรู้ที่หลากหลาย และมีทักษะการใช้ IT
ผู้เรียนเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ มีความศรัทธามั่นในศาสนาอิสลาม ปลอดจากสารเสพติด มีทักษะในการสื่อสารหลายภาษา
และสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมได้อย่างมีความสุข"

พันธกิจ

1. เสริมสร้างทักษะในการสื่อสาร 4 ภาษา

2. พัฒนาการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ

3. เสริมสร้างให้ผู้เรียนมีคุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะอันพึงประสงค์

4. พัฒนาระบบแนะแนวและดูแลช่วยเหลือนักเรียน

5. รณรงค์ต่อต้านการสูบบุหรี่และป้องกันปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา

6. ส่งเสริมครูผู้สอนและผู้เรียนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้

7. ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ตามหลักสูตร

8. นิเทศ ติดตาม ประเมินผลทางการเรียนเพื่อพัฒนากระบวนการเรียนการสอน

9. ส่งเสริมให้นำเทคโนโลยีมาใช้ในการบริหารจัดการและประเมินตนเอง

10. พัฒนาระบบการบริหารจัดการโดยเน้นให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน ของระบบ คุณภาพ PDCA

11. พัฒนาแหล่งเรียนรู้และจัดหาสื่อเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่เหมาะสมมาใช้ในการจัดการเรียนการสอน

12. สร้างเสริมสิ่งแวดล้อมบรรยากาศแห่งการเรียนรู้

เป้าประสงค์

1. ผู้เรียนมีทักษะทางด้านการสื่อสารทั้ง 4 ภาษา (ภาษาไทย ภาษามลายู ภาษาอังกฤษ และภาษาอาหรับ)

2. ครูผู้สอนจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ มีการใช้สื่อ เทคโนโลยีในการสอน มีการวัดผลประเมินผลตามสภาพจริงที่ครอบคลุมมาตรฐานการเรียนรู้ตามหลักสูตรเพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

3. จัดกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ชมรม เพื่อฝึกปฎิบัติกิจกรรมและทักษะการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนรักการปฏิบัติศาสนกิจ เช่น การละหมาด และถือศีลอด มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่ดีงาม ตามหลักธรรมของศาสนาอิสลาม

4. มีระบบการกำกับ ติดตาม ดูแลผู้เรียน ทั้งด้านการเรียน และความประพฤติอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ ปลอดจากสารเสพติด

5. จัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ส่งเสริมการแสวงหาความรู้ การคิดวิเคราะห์ คิดสังเคราะห์ อย่างมีจินตนาการ โดยให้นักเรียนได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง

6. ผู้เรียนรักการเรียนรู้ มีทักษะในการคิดวิเคราะห์ และพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง

7. มีหลักสูตรสถานศึกษาให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้เรียนและท้องถิ่น

8. มีระบบการนิเทศ ติดตาม แบบมีส่วนร่วมของทุกฝ่าย โดยเน้นการร่วมคิด ร่วมทำ และร่วมประเมินผลการจัดการศึกษา

9. มีการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และนิเทศภายในที่เป็นกัลยาณมิตร อย่างต่อเนื่อง และสม่ำเสมอ โดยมีการประเมินผลการเรียนการสอน ก่อน ระหว่าง และหลังการจัดการเรียนการสอน

10. มีระบบสารสนเทศการวัด ประเมินผลการเรียนการสอน เพื่อนำมาใช้เป็นข้อมูลการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน

11. มีการประเมินภายในอย่างต่อเนื่อง เพื่อพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาให้มีประสิทธิภาพ และเกิด ประสิทธิผล

12. ผู้สอนปฎิบัติงานอย่างมีคุณภาพ ก้าวทันเทคโนโลยีสมัยใหม่ มีอุดมการณ์ในวิชาชีพ มีความรักและเสียสละในการปฎิบัติงานที่รับผิดชอบ

13. ระบบงานด้านบริการ งานสวัสดิการ การสร้างขวัญกำลังใจ แก่นักเรียนและบุคลากรอย่างทั่วถึง เพียงพอ เพื่อพัฒนาให้มีความรู้ ความสามารถ

14. มีระบบการบริหารจัดการ โดยให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมรับผิดชอบด้วยกระบวนการ PDCA

15. มีสื่อ วัสดุ อุปกรณ์ เทคโนโลยีที่ทันสมัยอย่างเหมาะสมและเพียงพอต่อความต้องการของผู้เรียนและผู้สอน

16. มีวัสดุ อุปกรณ์ สื่อเทคโนโลยี สิ่งอำนวยความสะดวก เพียงพอและอยู่ในสภาพที่พร้อมในการใช้งาน

17. มีอาคาร ห้องเรียน ห้องประกอบ สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก ตลอดจนสิ่งแวดล้อม ที่เอื้อต่อการเรียนรู้และเพียงพอ

18. มีความสัมพันธ์อันดีระหว่างสถานศึกษา ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรต่าง ๆ ในการพัฒนาการศึกษา มีการประชาสัมพันธ์ การบริการกิจกรรมของโรงเรียนได้ทราบอย่างทั่วถึง

19. มีทรัพยากรจากภายนอกที่ส่งเสริมการเรียนรู้และปลูกฝังพฤติกรรมการเรียนรู้ที่ถูกต้อง

ข้อมูลการศึกษาต่อของนักเรียนที่จบในปีการศึกษา 2553

อีเมล พิมพ์

 

 

1 ซอรีฟ อีซอ ม.6/1 ม.อ.หาดใหญ่  คณะทรัพยากรธรรมชาติ

2 สุกรี อิแต ม.6/1 ม.กรุงเทพ-ธนบุรี

3 ฮานาฟี แวนิ ม.6/1 ม.อ.หาดใหญ่  แพทย์แผนไทย

4 ยูฮัน สะตาปอ ม.6/1 ม.ราชภัฏยะลา

5 อารีฟิน หะยีสาและ ม.6/1 สถาบันการศึกษาปอเนาะ

6 รอมซี กูนา ม.6/1 ม.ทักษิณ

7 อานูวา อาแด ม.6/1 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

8 บะฮ์รี สาแล๊ะหมิน ม.6/1 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

9 บุรฮัน ยูโซ๊ะ ม.6/1 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

10 สุไลมาน สูหรง ม.6/1

11 รุสลาน เดเระมะ ม.6/1 ม.ราชภัฏสงขลา

12 มูฮัมหมัด มะมิง ม.6/1 ม.อ.สุราษฎร์ธานี

13 อับดุลยามีน หะยีขาเดร์ ม.6/1 ม.อ.หาดใหญ่

14 มูฮัมมุดดีน ลีเมาะ ม.6/1 อียิปต์

15 ฮาซัน ดือเระ ม.6/1 ม.ราชภัฏยะลา

16 ฟาฏิบ แวนาแว ม.6/1 ม.ทักษิณ

17 ซอและ มะลี ม.6/1 ม.อ.หาดใหญ่

18 อายูบวาริส หมอนะ ม.6/1 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

19 มะรอกี แมเดาะ ม.6/1 ม.อ.ปัตตานี

20 อีลมี ลือแบเต๊ะ ม.6/1 ซานาวี

21 อับดุลเลาะ ฮัมเซาะห์ ม.6/1 ซานาวี

22 เจ๊ะซูเบร กาลิม ม.6/1 ม.อ.ปัตตานี

23 บรูฮัน เต๊ะเอะ ม.6/1 ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

24 มาโนช แซ ม.6/1 ม.รังสิต

25 โซเฟียน แวเดร์ ม.6/1 ม.ทักษิณ

26 กูสัยรี สารีกามา ม.6/1

27 อามีน หะยีมะมิง ม.6/1 ม.อ.สุราษฎร์ธานี

28 อับดุลเลาะ เลาะแม ม.6/1

29 มะฮัมดัน สะตือบา ม.6/1 ซานาวี

30 ซับรี ตาเยะ ม.6/1 ม.ทักษิณ

31 อับดุลอาซิซ แซมะแซ ม.6/1 ดูไบ

32 ธีรพงค์ หวังแฉะ ม.6/1 ม.วลัยลักษณ์

33 อัตตัรมีซี เงาะ ม.6/1 วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา

34 อภินันท์ หะยีสมะแอ ม.6/1 ม.อ.หาดใหญ่    วิศวกรรมศาสตร์

35 มูฮำหมัด สะอะ ม.6/1 อียิปต์

36 มูหัมหมัดเพาซัน แวเลาะมะ ม.6/1 ม.ทักษิณ

37 ฮาซัม เจะบากอ ม.6/1 ม.อ.หาดใหญ่

38 ศักดา ลูดิง ม.6/1 ม.ราชภัฏสงขลา

39 ฟัครูลรอซี ดือเระ ม.6/1

40 ต่วนกูฟาลาหูลดี มุสตาฟา ม.6/1 ซานาวี

41 เสนีย์ อุเซ็ง ม.6/2 ม.กรุงเทพ-ธนบุรี

42 ศราวุธ หมัดหมาด ม.6/2 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

43 มูฮาหมัดซาการียา แวสาและ ม.6/2 ซานาวี

44 รูสมี สาแม ม.6/2 ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

45 นิฮาเซน แวสามะ ม.6/2 ม.อ.ปัตตานี

46 ฟาอิส สาเมาะบาซา ม.6/2 ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

47 มะอีซอ มะแซ ม.6/2 วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก

48 ฟาเดล มะเด็ง ม.6/2 ม.อ.ปัตตานี

49 บาฮารี ลีดอง ม.6/2 ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

50 มาลีกี หะมะ ม.6/2 วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษก

51 มูฮำหมัดซอฟรี ดาโอะ ม.6/2 ม.อ.ปัตตานี

52 สุรียา เสาะหมาน ม.6/2 ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

53 ชานนท์ หลงมิหนา ม.6/2

54 อับดุลรอมาน เจะมะ ม.6/2 ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

55 อับดุลวาลิ มามะ ม.6/2 วิทยาลัยประมง  ปัตตานี

56 สุไลมาน ดิง ม.6/2 ม.ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา

57 มะซัยนูดิง ตาเยาะ ม.6/2 ม.ราชภัฏ

58 สุปยัน ดอเลาะ ม.6/2 ม.ราชภัฏยะลา

59 ซุลกิฟลี สาและ ม.6/2

60 อับดุลฮาฟิส เจะอุมา ม.6/2 ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช

61 อภินันท์ ปะจูสามะ ม.6/2

62 อาดือนัน เจะแต ม.6/2

63 หามะ เต๊ะเส๊าะ ม.6/2

64 มัรวาน มะสัน ม.6/2 ซานาวี

65 สุกรี ขาเร็ม ม.6/2 ม.วลัยลักษณ์

66 มูฮัมหมัด เมาะสุ ม.6/2 ม.ราชภัฏสงขลา

67 ซการียา ดือเระ ม.6/2 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

68 ฮาซัน มะแอ ม.6/2

69 ลุกมัน ดือราโอ๊ะ ม.6/2 ม.อ.ปัตตานี

70 อับดุลฮะกีม ตาผา ม.6/2 ม.อ.ปัตตานี

71 อาละ บินรัตแก้ว ม.6/3 วิทยาลัยเทคนิคปัตตานี

72 มะรอกิ อาลี ม.6/3 วิทยาลัยเทคนิคยะลา

73 อนัล สาฮะ ม.6/3 สถาบันพลศึกษายะลา

74 อุสมาน อิแอ ม.6/3 ม.อ.ปัตตานี

75 มูฮำหมัดนาเซ จาเราะมหาแดง ม.6/3 สถาบันการศึกษาปอเนาะ

76 วาลิก บือราเฮง ม.6/3 ม.ราชภัฏยะลา

77 มุสลิม เจะมะ ม.6/3

78 มูหามะซอรี มะโระ ม.6/3 วิทยาลัยเทคนิคยะลา

79 สาการียา สะมะแอ ม.6/3 ประกอบอาชีพ

80 อัศมาน มูซอ ม.6/3 ซานาวี

81 อับดุลฮาริด มามะ ม.6/3 ม.หาดใหญ่

82 อับดุลเลาะ เจ๊ะบือราเฮง ม.6/3

83 เดะหมะ มะตาเห ม.6/3 วิทยาลัยประมง  ปัตตานี

84 มะแอ ดอเลาะ ม.6/3 ม.กรุงเทพ-ธนบุรี

85 แวอาแซ มูละ ม.6/3 วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา

86 มะซากี เพ็งมูซอ ม.6/3 ม.กรุงเทพ-ธนบุรี

87 มะดัมมีซี ลาแป ม.6/3 วิทยาลัยเทคนิคยะลา

88 มะกอเซ็ง อาแด ม.6/3 วิทยาลัยเทคนิคยะลา

89 ภานุมาศ ล่าเต๊ะ ม.6/3 สถาบันพลศึกษายะลา

90 มูฮัมหมัดเซาปี เเขวง ม.6/3

91 อัฟด็อล เจ๊ะมะ ม.6/3 วิทยาลัยเฉลิมกาญจนา

92 ซีฮาม ดือราแม ม.6/4 มาเลเซีย

93 ภัคจิรา อับดลร่าหีม ม.6/4 ม.อ.ปัตตานี

94 อาริสา มาหะ ม.6/4 ม.เทคโนโลยีสุรนารี

95 ภัทรนันท์ บาสอสิดิก ม.6/4 ม.อ.หาดใหญ่

96 รุสนา ยูโซะ ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขยะลา

97 นุสรี แวฮามะ ม.6/4 ม.อ.ปัตตานี

98 ปวีณา สาและ ม.6/4

99 หวันฮายาตี แหละดุหวี ม.6/4 สถาบันการศึกษาปอเนาะ

100 นาดีย๊ะ เตะหมัดหมะ ม.6/4 มาเลเซีย

101 ฟิรเดาส์ ดือเระ ม.6/4 ประกอบอาชีพ

102 นูรอยดา บือซา ม.6/4 ม.อ.หาดใหญ่

103 ฟิตรียา ดือราแม ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขยะลา

104 อากีดะห์ สาแม ม.6/4 สถาบันการศึกษาปอเนาะ

105 ไซนับ ยีมันใบ ม.6/4 ม.ราชภัฏสงขลา

106 ฮูดา หลงตรี ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขตรัง

107 มูนา หลงตรี ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขตรัง

108 นูรฮายาตี สะอะ ม.6/4

109 อุไรวรรณ โต๊ะเอียด ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขตรัง

110 ราเนีย อับดุลวาฮับ ม.6/4 มาเลเซีย

111 ฮาบีบะห์ เซะมิง ม.6/4 ม.อ.ปัตตานี

112 สุนิดา อาแว ม.6/4 ม.อ.หาดใหญ่

113 ดุสรา กิจจาสวัสดิ์ ม.6/4 ม.อ.ปัตตานี

114 ซากีย๊ะ คามา ม.6/4 ม.ขอนแก่น

115 ซากียะฮ์ แวหมะ ม.6/4 ม.อ.หาดใหญ่

116 นิโสรญา แวหมะ ม.6/4 ม.อ.ปัตตานี

117 ฟาเตม มะเระ ม.6/4 อียิปต์

118 วรรณพร เดชอรัญ ม.6/4 วิทยาลัยพยาบาลตรัง

119 ตอฮาเราะ อาสัน ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขยะลา

120 นาบีลา บูเอียด ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขนครศรีธรรมราช

121 ฟาอีซะห์ บือราเฮง ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขยะลา

122 ไลลา มามะ ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขยะลา

123 กัสมูณี อาแวกะจิ ม.6/4 สถาบันพลศึกษายะลา

124 อาไอเซาะ สะแม ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขนครศรีธรรมราช

125 ซัยนุน สะหะ ม.6/4 วิทยาลัยสาธารณสุขขอนแก่น

126 นาอีมะ ดาปะ ม.6/4 มาเลเซีย

127 โสรยา ดอรอฮิม ม.6/4 ม.อ.ปัตตานี

128 นาสรียะห์ โดยหมะ ม.6/4 ม.อ.หาดใหญ่

129 นูรฟาติน สีเดะ ม.6/4 ม.อ.ปัตตานี

130 สุดารัตน์ อาแว ม.6/4 ประกอบอาชีพ

131 ฮุสนา หมันหล๊ะ ม.6/4 ซานาวี

132 ปาตีเมาะ หะยีสะอุ ม.6/4

133 พาอีซะ เจะเลาะ ม.6/4

134 นูรอัยณี สะมะแอ ม.6/4 ซานาวี

135 ซากียะห์ สาและ ม.6/4 ซานาวี

136 นิฮาบีบะห์ นิสนิ ม.6/5 ม.อ.ปัตตานี

137 สอฟีย๊ะ สะมะแอ ม.6/5 ม.อ.สุราษฎร์ธานี

138 ปิยนุช ขะเดได้หวัง ม.6/5 ม.อ.สุราษฎร์ธานี

139 วนิดา หีมเกะ ม.6/5

140 วิระยา ยูโซะ ม.6/5 เทคนิคยะลา

141 อามีเนาะ อุเซ็ง ม.6/5 ม.อ.ปัตตานี

142 โสรยา ยีแล๊ะ ม.6/5

143 ซูไลลา การี ม.6/5 ม.ราชภัฏยะลา

144 นิวานีตา นิรอแซ ม.6/5 ม.อ.ปัตตานี

145 ซูในบะ เจะเลาะ ม.6/5

146 แวนัซรินทร์ อุมาแม็ง ม.6/5 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

147 สุนิสา อุมา ม.6/5 ม.ราชภัฏสงขลา

148 สูฮานา แมเง๊าะ ม.6/5 ม.ราชภัฏสวนสุนันทา

149 ปาตีห๊ะ แวยูโซ๊ะ ม.6/5 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

150 อามีเนาะ กะลูแป ม.6/5 ม.กรุงเทพ-ธนบุรี

151 ฟาตอนา สะอิ ม.6/5

152 นูรอัยนี เซ็ง ม.6/5

153 อาซีซะห์ ดอเลาะ ม.6/5 ซานาวี

154 ฟาตีเมาะ บิลา ม.6/5 ม.อ.ปัตตานี

155 อานีซะห์ เจ๊ะยูนุ ม.6/5 ม.อ.สุราษฎร์ธานี

156 แวสบีลา หะยีมะมิง ม.6/5 ม.ราชภัฏภูเก็ต

157 วัรดา มะเสาะ ม.6/5

158 สารีนา แวอิ ม.6/5 ม.ทักษิณ

159 รุสนานีย์ ดือราแม ม.6/5 ม.อ.ปัตตานี

160 อาอีสะ แมเราะ ม.6/5 ม.อ.ปัตตานี

161 ปาซียะห์ ปูเตะ ม.6/5 อียิปต์

162 มาซีเตาะ สือแม ม.6/5 ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช

163 คอรีเยาะ ลือมาแต ม.6/5 ซานาวี

164 ซากียะ ฮะ ม.6/5 วิทยาลัยพลศึกษายะลา

165 บ๊ะไร มะดีเย๊าะ ม.6/5 ม.ทักษิณ

166 อารียา มุเส๊ะ ม.6/5 ม.อ.ปัตตานี

167 อาซีเยาะ ปาแน ม.6/5 ม.ราชภัฏยะลา

168 คอลาตี อีสอปูเต๊ะ ม.6/5

169 เดียนา ดูเซ็ง ม.6/5 ม.ราชภัฏยะลา

170 นูรีซาน ดือเระ ม.6/5

171 อาฟีนี ชมชื่น ม.6/5 ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช

172 มัยยีเดาะ อาแว ม.6/5

173 ซารอฟะ ซือแม ม.6/5 ซานาวี

174 บัลกิส อาแซ ม.6/5 ม.ทักษิณ

175 อัลวานี สะมะแอ ม.6/5 ม.อ.ปัตตานี

176 สุนิสา หะยีปูเต๊ะ ม.6/5

177 พาตอน๊ะ หวังหะมะ ม.6/5 ม.ราชภัฏสงขลา

178 อานีซะห์ สาและ ม.6/5 ซานาวี

179 นูรีดา มามุ ม.6/5 ซานาวี

180 อามีเนาะ มีเด็น ม.6/5 ประกอบอาชีพ

181 สุไรญา ชายมะ ม.6/6 ซานาวี

182 สุไลดา เจะเต๊ะ ม.6/6 ม.ราชภัฏสงขลา

183 วันนูรฟิรดาว แวกือจิก ม.6/6 ม.อ.หาดใหญ่

184 สุนิสา สาแมบากอ ม.6/6 ม.อ.หาดใหญ่

185 ซาฟาตัย สามะยีงอ ม.6/6

186 นภิสา สะอะ ม.6/6 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

187 คอรีเยาะ มูละ ม.6/6

188 ฮานีสะห์ หีมบู ม.6/6 ม.ราชภัฏสงขลา

189 อามานี โตะมอ ม.6/6 ม.ราชภัฏยะลา

190 อาดีญา ดือราเฮง ม.6/6 ม.อ.ปัตตานี

191 นูรไอนี ตาเละ ม.6/6 ม.อ.ปัตตานี

192 ซูฮัยดา เปาะมะ ม.6/6 ม.อ.หาดใหญ่

193 ซากีนะ สิบู ม.6/6 ม.อ.ปัตตานี

194 ฟาตีเมาะ มาหามะ ม.6/6 ซานาวี

195 ยาบูนัย ดอเลาะ ม.6/6 ร.ร.ธรรมวิทยามูลนิธิ

196 สุนิษา หมะอุเส็น ม.6/6

197 ซูฟียา เซะบิง ม.6/6 ม.อ.ปัตตานี

198 วิสยาณี หะยีตาเยะ ม.6/6 ม.ราชภัฏสงขลา

199 มารีนา อาแด ม.6/6 ม.ราชภัฏภูเก็ต

200 ฟาตีเม๊าะ ลาเต๊ะ ม.6/6 ซานาวี

201 มัยนีเราะ เจะหะ ม.6/6 ซานาวี

202 อามีนะห์ นิตา ม.6/6 ซานาวี

203 ซัสวานี หมัดสู ม.6/6 ม.อ.ปัตตานี

204 นูรีซ่า สาแม ม.6/6 ม.อ.ปัตตานี

205 ซาวาตี มะดีเยาะ ม.6/6 วิทยาลัยสาธารณสุขยะลา

206 ฟารีดา ดอเลาะ ม.6/6 ม.ราชภัฏกำแพงเพชร

207 พิรดาว หวังจิ ม.6/6 ม.ราชภัฏยะลา

208 อาทิตยา ทิพยรุ่งโรจน์ ม.6/6 ม.อ.ปัตตานี

209 สุไลดา ดอเลาะ ม.6/6 ม.ราชภัฏอยุธยา

210 อนีซะห์ ซือรี ม.6/6 ซานาวี

211 สีตีอีเสาะ มามะ ม.6/6 ซานาวี

212 ซูฮัยนี หะยีอาแว ม.6/6 สถาบันพลศึกษายะลา

213 สารีนา อาแว ม.6/6 ประกอบอาชีพ

214 นาซีฮะ สะรีบู ม.6/6 ม.เกษมบัณฑิต

215 ซามีมี่ มะหลี ม.6/6 ม.ราชภัฏยะลา

216 นูซีลา ดอเลาะ ม.6/6 ซานาวี

217 เบญจวรรณ ฝันฝา ม.6/6 ม.ราชภัฏสงขลา

218 สุนีย์ สุรีหวัง ม.6/6 ประกอบอาชีพ

219 ไซนุน กูและ ม.6/6 ม.ราชภัฏยะลา

220 ซัลบานี สาแมแน็ง ม.6/6 ม.ทักษิณ

221 สานิสา ยุนุ ม.6/6 อียิปต์

222 ซารีฟะฮ์ กาเต็มมะดี ม.6/6 ประกอบอาชีพ

223 อานีต้า มะเด็ง ม.6/6 ม.ราชภัฏยะลา

224 ฮามีด๊ะ นุ ม.6/6 อียิปต์

225 รอกีเยาะ บิดิง ม.6/6

226 นูรีดา สีโปง ม.6/6 ม.ราชภัฏยะลา

227 ธัญญาเรศ เอียดยีสะอิ ม.6/6 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

228 นารีสัน มะมิง ม.6/7 ม.ราชภัฏสงขลา

229 นาปีเซาะ เซ็ง ม.6/7 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

230 กาญจนา สะหมันสาหรี ม.6/7 ม.ราชภัฏสงขลา

231 ฮานีซะ บือราเฮง ม.6/7

232 แวนูรฮายาตี เจะมามะ ม.6/7 ม.ราชภัฏสงขลา

233 รัตนาภรณ์ สายสลำ ม.6/7 ม.เทคโนโลยีราชมงคลสงขลา

234 มาดีฮะห์ ยามาหลง ม.6/7

235 ยาวีตาร์ ดือราแม ม.6/7 ม.ราชภัฏยะลา

236 ฮาบีบะ หัดสาหมัด ม.6/7 ม.หาดใหญ่

237 สุไรยา สาเม๊าะ ม.6/7 ม.หาดใหญ่

238 นุรอาซีเกว ดือราแม ม.6/7 ม.ปทุมธานี

239 สารีนา สาอะ ม.6/7 วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกปัตตานี

240 นัจมาศ สาแย ม.6/7 วิทยาลัยอาชีวะยะลา

241 นูรีซัน มะแอ ม.6/7 ม.ราชภัฏยะลา

242 สารีปะห์ มะลี ม.6/7 วิทยาลัยเทคนิค ปัตตานี

243 ซาริณี ตาเห ม.6/7 วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกปัตตานี

244 นูรียา สูหลง ม.6/7 สถาบันพลศึกษายะลา

245 สาวิณี สีบู ม.6/7 ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช

246 ฮาซารา หลีเส็น ม.6/7 ประกอบอาชีพ

247 ซานีต้า ยุโสะ ม.6/7 สถาบันพลศึกษายะลา

248 รอฮีมะห์ สาเระ ม.6/7 สถาบันการศึกษาปอเนาะ

249 มาดีฮะห์ สิเด๊ะ ม.6/7 ซานาวี

250 ยาวารีย๊ะ อาแด ม.6/7 ประกอบอาชีพ

251 ซูรียะ กาซอ ม.6/7 วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกปัตตานี

252 วรรณรีย์ เมืองมามอง ม.6/7 ม.อ.ปัตตานี

253 อานีซะ มามะ ม.6/7 ม.อ.ปัตตานี

254 อามีเนาะ ตาเย๊ะ ม.6/7 วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกปัตตานี

255 คอรีเย๊าะ มะอีซอ ม.6/7 สถาบันพลศึกษายะลา

256 นูรียะ อาแว ม.6/7 วิทยาลัยประมงปัตตานี

257 สาอีดะห์ แว้ง ม.6/7 ม.ราชภัฏยะลา

258 ฟาตีเมาะ สาเมาะบาซา ม.6/7 ประกอบอาชีพ

259 พาตีละห์ จารง ม.6/7 ประกอบอาชีพ

260 วรรณา อิดือเระ ม.6/7

261 มีสือบะห์ หะยีลาเต๊ะ ม.6/7 ม.อ.ปัตตานี

262 อลิฟนี อาฮา ม.6/7 ม.รามคำแหง

263 สปันนา ชิดเอื้อ ม.6/7 ม.อ.ปัตตานี

264 รอกีเย๊าะ สะแมโน ม.6/7 ม.ราชภัฏยะลา

265 กูรอฮานี ตูแวบือซา ม.6/7

266 รอกีเยาะ ปอแซ ม.6/7 ม.ราชภัฏยะลา

267 ซัยนุง เล๊าะมิ ม.6/7 สถาบันพลศึกษายะลา

268 ตูแวแย สุหลง ม.6/7 ม.อ.ปัตตานี

269 รอมละห์ ปาโจ ม.6/7 ม.อ.ปัตตานี

270 วนิดา หนิจิบูลัด ม.6/7 ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช

271 ฟัตเมาะห์ มีนา ม.6/8

272 ตอยยีเราะห์ แมเงาะ ม.6/8 ม.อ.ปัตตานี

273 สุราณี หามะ ม.6/8

274 สาธินี มุณี ม.6/8 หาดใหญ่วิชาการบริบาล

275 นูรอ เจะเลาะ ม.6/8 ม.อ.ปัตตานี

276 ฟาตือเมาะห์ เจะเลาะ ม.6/8 ม.กรุงเทพ-ธนบุรี

277 ค็อยรียะฮ์ มูฮำหมัด ม.6/8

278 ซูรีณา บือซา ม.6/8 ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช

279 สอลีฮะ หมะหนังเด็น ม.6/8 ม.อ.ปัตตานี

280 อาตีเกาะ แปะแนะ ม.6/8 วิทยาลัยชุมชน

281 รอปิอะ เจะสะแม ม.6/8 อาชีวะปัตตานี

282 สารีผะ ลาเตะ ม.6/8

283 ทัศนีย์ สาและ ม.6/8 อินโดเนเซีย

284 นูรมา กีละ ม.6/8 ม.ราชภัฏสงขลา

285 แวนูรีซัน แวเลาะ ม.6/8 ประกอบอาชีพ

286 มัยยูรี มะดาสอ ม.6/8 ม.ปทุมธานี

287 อาดีละ มะเด็ง ม.6/8

288 มารีนา อุมา ม.6/8

289 กัสมี สะแลแม ม.6/8 ประกอบอาชีพ

290 โนรี ดารามานะ ม.6/8 ม.นราธิวาสราชนครินทร์

291 กัซมา สมศักดิ์ ม.6/8

292 สุไฮบ๊ะ เลียะใหม่ ม.6/8 อาชีวะปัตตานี

293 ซูไฮนี วานิ ม.6/8 ม.ราชภัฏยะลา

294 ฮาสียะ ดูมีแด ม.6/8 ประกอบอาชีพ

295 นูรฮายาตี เจะเยาะ ม.6/8 ม.อ.ปัตตานี

296 มูรณีย์ ตันหยงอุตง ม.6/8 ม.ราชภัฏยะลา

297 กฤตพร มาระกล ม.6/8 ม.ราชภัฏพระนคร

298 มารีสา อามะ ม.6/8 ประกอบอาชีพ

299 ซูไฮมี สาและ ม.6/8

300 มาซณี สะแลแม ม.6/8 ม.ราชภัฏยะลา

301 ฮัสม๊ะ อาแวปาเก ม.6/8 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

302 พาขวัญ บินดุเหล็ม ม.6/8 ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช

303 แอเส๊าะ ร่าหีม ม.6/8 อินโดเนเซีย

304 อัสม๊ะ บาโด ม.6/8

305 กูมีสณา อีแต ม.6/8 ประกอบอาชีพ

306 นิอัสมา ลอยามาเจาะ ม.6/8 ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช

307 พารีด๊ะ กาซอ ม.6/8 ประกอบอาชีพ

308 วนิดา ชายตอ ม.6/8 อินโดเนเซีย

309 คอลีเยาะ มามะ ม.6/8

310 นูรลัยลา มามะยูลา ม.6/8 ม.ราชภัฏเฉลิมพระเกียรติกาญจนบุรี

311 ปัทมา เปาะจิ ม.6/8 ม.ราชภัฏภูเก็ต

312 กัตติณี เจ๊ะหลง ม.6/8 ม.รามคำแหง

313 ฮายาตี สะนิ ม.6/9 ม.อ.ปัตตานี

314 ซัยนะ เจะมูดอ ม.6/9 ประกอบอาชีพ

315 ปัทมา สือรี ม.6/9 ม.ปทุมธานี

316 นารี เจาะเอาะ ม.6/9

317 รอฮานา ดือราซอ ม.6/9 ประกอบอาชีพ

318 ปาตีเม๊าะ สือนิ ม.6/9 ประกอบอาชีพ

319 นูรียะห์ สาเมาะ ม.6/9 วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกปัตตานี

320 ซัลมา สุขจรุ่ง ม.6/9 ม.ปทุมธานี

321 แวรอฮีมะห์ กาหม๊ะ ม.6/9 สถาบันพลศึกษายะลา

322 นุสบา ดาโอะ ม.6/9

323 มารียะ หะยีสาแม ม.6/9 วิทยาลัยเทคนิคกาญจนาภิเษกปัตตานี

324 ฮูไซนี ปะจูสามะ ม.6/9 ประกอบอาชีพ

325 พูซีมะห์ อาแด ม.6/9 ม.ปทุมธานี

326 อารียา กอดอ ม.6/9 ประกอบอาชีพ

327 ฟาดีละห์ แวอีซอ ม.6/9 ประกอบอาชีพ

328 อาอีเส๊าะ โดยหมะ ม.6/9

329 สุรียานี มะอีซอ ม.6/9 ประกอบอาชีพ

330 พาอีซะห์ ยะโกะ ม.6/9 ประกอบอาชีพ

331 รุสนานี อาแด ม.6/9 สถาบันพลศึกษายะลา

332 อาวาตีฟ อาลีมามะ ม.6/9 ม.ราชภัฏยะลา

333 ญาณี หะยีลาเต๊ะ ม.6/9 ม.ปทุมธานี

334 ลาวีย๊ะ แมเราะ ม.6/9 ประกอบอาชีพ

335 ซูไวบะห์ ลาแป ม.6/9 ม.ราชภัฏยะลา

336 สูไฮลา สะหลำหมะ ม.6/10 ม.ราชภัฏนครศรีธรรมราช

337 กาสิมา กึจิ ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

338 นูรีซัน มะมิง ม.6/10 ซานาวี

339 สารีหม๊ะ สาแลมะ ม.6/10 ม.ราชภัฏยะลา

340 อัซมาวตี ตุวันปุเต๊ะ ม.6/10 ม.ราชภัฏสงขลา

341 วนิดา หมัดเหระ ม.6/10 ม.อ.สุราษฎร์ธานี

342 แยนะ ปะเงาะ ม.6/10

343 สุนิสา เจ๊ะมะหมัด ม.6/10 ม.วลัยลักษณ์

344 นูรีฮัน เจ๊ะดู ม.6/10 ม.ราชภัฏยะลา

345 สาลินี หะยีสะมะแอ ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

346 ยามีละ ลาเตะ ม.6/10

347 ฮูดา บินลาเต๊ะ ม.6/10 ม.ราชภัฏสงขลา

348 นุไรเล๊าะ สาและ ม.6/10

349 นาสุหา ยูโซะ ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

350 สุจิตรา ป้องเศร้า ม.6/10 ม.ราชภัฏยะลา

351 นูรีตาห์ ดอเหล๊าะ ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

352 นาดียา สนิ ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

353 อารีน๊ะ สาและ ม.6/10 ม.หาดใหญ่

354 มารีแย สมาแฮ ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

355 ซาลีฮะ ดายะ ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

356 จรัญญา สาและ ม.6/10 ม.ราชภัฏสงขลา

357 อิลฮัม ซูละ ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

358 ฟาตีฮะห์ แดเมาะ ม.6/10 ม.อ.หาดใหญ่

359 พาดีละ วาโมง ม.6/10 ม.ราชภัฏสงขลา

360 รุสนาณี กาเร็ง ม.6/10 อาชีวะปัตตานี

361 ฟาตีฮะห์ อาแว ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

362 อาสิมา มะแซ ม.6/10 ม.หาดใหญ่

363 สารียา ลาเตะ ม.6/10 ม.นอร์ทกรุงเทพ

364 กิตติยา ชายกุล ม.6/10 ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี

365 มาราม หะยีมะดีเย๊าะ ม.6/10 ม.ราชภัฏสงขลา

366 พัณทิวา วะจิดี ม.6/10 ม.อ.หาดใหญ่

367 นิอิบตีซาม แมเราะกือจิ ม.6/10 ม.หาดใหญ่

368 สุนิษา หวังหมัด ม.6/10 อาชีวะปัตตานี

369 รีซัน บือราเฮง ม.6/10 ม.ราชภัฏสงขลา

370 ซัลวานี หมัดหนิ ม.6/10

371 ฟาดียะ ดอเลาะ ม.6/10 ม.ราชภัฏยะลา

372 นุรอายนี แวสมะแอ ม.6/10 อาชีวะปัตตานี

373 ฮาฟีซอห์ กามา ม.6/10 สถาบันการศึกษาปอเนาะ

374 รอฮานา หมัน ม.6/10 ม.ราชภัฏสงขลา

375 แอนนา สาและ ม.6/10 ม.อ.ปัตตานี

376 ซากีนา หวันอาบัส ม.6/10 ม.อ.หาดใหญ่

377 ซุรายดา โตะนาฮุน ม.6/10 ม.ราชภัฏสงขลา

378 นูรีย๊ะ และนาหวัง ม.6/10 ซานาวี

379 ซากีนะห์ สุหลงกุ ม.6/10 ซานาวี

380 กาตีนี วาเงาะ ม.6/10 ม.ราชภัฏสงขลา

 

ข้อมูลพื้นฐาน

อีเมล พิมพ์
ที่ตั้ง หมู่ที่ 7 ตำบลนาประดู่ อำเภอโคกโพธิ์ จังหวัดปัตตานี รหัสไปรษณีย์ 94180 โทรศัพท์ 0-7341-5119 โทรสาร 0-7335-8335 มือถือ 08-1599-2978
อยู่ในบริเวณปอเนาะอาซิซสถาน ซึ่งเป็นที่ดินสาธารณกุศล พื้นที่ 32 ไร่ บริจาคโดยฮัจยีอับดุลอาซิซ อับดุลวาฮับ แบ่งเป็น 2 ส่วน
คือส่วนที่เป็นที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในปอเนาะ 150 ครัวเรือน และบริเวณของโรงเรียนและหอพัก
ทิศเหนือติดต่อสวนยาง ทิศตะวันออกติดถนนเพชรเกษม ห่างจากเทศบาลตำบลนาประดู่ประมาณ 1 กม. ทิศตะวันตกจรดสวนยาง และทิศใต้จรดทางรถไฟสายใต้ 
ประเภท โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม สังกัดสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (สช.) 
ผู้ก่อตั้งโรงเรียน อัลมัรฮูม ฮัจยีอับดุลอาซิซ อับดุลวาฮับ อดีตประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดปัตตานี

ตราประจำโรงเรียน



สีประจำโรงเรียน สีชมพูและเขียว



เพลงมาร์ชโรงเรียน


ที่ตั้งและแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศบริเวณโรงเรียน

 

คลิ๊กที่รูปเพื่อดูภาพขยาย

ภาพถ่ายทางอากาศบริเวณโรงเรียนและหมู่บ้าน ปี 2532 และ 2548 (คลิ๊กที่รูปเล็กเพื่อดูภาพขยาย)

ภารกิจ

1. จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551    2   ช่วงชั้น  คือ
1) ช่วงชั้นที่ 2 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 - 3
2) ช่วงชั้นที่ 3 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 - 6
2. จัดการศึกษาวิชาอิสลามศึกษาตามหลักสูตรอิสลามศึกษา พ.ศ. 2546 ตอนต้น(อิบติดาอีย์) ตอนกลาง(มุตะวัซซิต) และตอนปลาย (ซานะวีย์)

จำนวนบุคลากร



จำนวนนักเรียน
ปีการศึกษา  2554  มีข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนนักเรียน  ดังนี้
1) จำนวนนักเรียนทั้งหมด 2,743 คน
2) จำนวนนักเรียนจำแนกตามระดับชั้นที่เปิดสอน


สภาพชุมชนโดยรอบ

ชุมชนที่โรงเรียนตั้งอยู่ใช้ที่ดินผืนเดียวกัน ซึ่งเป็นของผู้ก่อตั้งโรงเรียนโดยแบ่งที่ดินผืนนี้เป็น 2 ส่วน ทางทิศเหนือให้เป็นที่ตั้งโรงเรียน ส่วนทางทิศใต้สำหรับให้ประชาชนเข้ามาตั้งบ้านเรือนอยู่อาศัย ปัจจุบันมีจำนวน 150 ครัวเรือน นับถือศาสนาอิสลาม 100 % พื้นที่โดยรอบบริเวณโรงเรียนเป็นสวนยาง และสวนผลไม้ อาชีพหลักของชุมชน คือ การทำสวนยางและสวนผลไม้ บางส่วนมีอาชีพค้าขาย สภาพเศรษฐกิจอยู่ในระดับกลางส่วนใหญ่มีอาชีพและรายได้ประจำ การทิ้งถิ่นฐานไปหางานทำต่างถิ่นจึงมีน้อยทำให้สภาพครอบครัวมีความเข้มแข็งชุมชนมีความผูกพันและมีความสัมพันธ์อันดีกับโรงเรียน

ผู้ปกครองในชุมชนส่วนใหญ่จบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาทำให้ผู้ปกครองและชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมกับโรงเรียนในด้านการเรียนการสอนและการบริหารจัดการน้อยมาก แต่จะให้ความร่วมมือในเรื่องแรงงานเพื่อการพัฒนาอาคารและบริเวณ ตลอดจนกิจกรรมอื่นๆ ที่โรงเรียนจัดขึ้นเป็นอย่างดี

ชุมชนที่ตั้งอยู่ใกล้กับบริเวณโรงเรียนไม่มีการแพร่กระจายของยาเสพติด ทั้งในกลุ่มเยาวชนและนักเรียน ซึ่งเรื่องนี้ผู้รับใบอนุญาตเจ้าของพื้นที่ทั้งหมดที่ชุมชนอาศัยอยู่มีความตระหนักถึงภัยของยาเสพติดจึงใช้มาตราการเด็ดขาด ใครที่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดรายแรงจะไม่อนุญาตให้พักอาศัยอยู่ในการบริเวณชุมชนอีกต่อไป