ตามสมมุติฐานของทฤษฎีวิวัฒนาการ สัตว์ซึ่งอาศัยอยู่ในน้ำตั้งแต่ยุคเบรียน ค่อยๆวิวัฒนาการกลายเป็นสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำในยุคดีโวเนียน โดยปลาจะค่อยๆวิวัฒนาการครีบไปเป็นเท้า กลายเป็นสัตว์โบราณพวกเตตระพอด (Tetrapod, สัตว์ซึ่งมีขาสี่ข้าง) ที่อาศัยอยู่ในน้ำ การที่พวกมันต้องการหลีกเลี่ยงนักล่า หรือไม่ก็อาจจะหาอาหารและและแหล่งวางไข่ที่ปลอดภัย ทำให้พวกมันขึ้นมาบนดิน บ้างก็ว่าสัตว์มีขายุคโบราณเหล่านี้น่าจะสืบเชื้อสายมาจากปลาโบราณที่อาศัยอยู่ในทะเลสาบ ซึ่งน้ำมักแห้งขอดเป็นช่วงๆ ปลาพวกนั้นจึงต้องใช้ครีบพาตัวเองไปยังแหล่งน้ำอื่นๆ ตามทฤษฎีนี้ครีบจึงค่อยๆมีวิวัฒนาการจนกลายเป็นขาในที่สุด

ที่กล่าวมาเป็นเพียงสมมุติฐานหรือการจินตนาการที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ ทั้งๆที่มีการค้นพบฟอสซิลของปลาจำนวนมาก แต่กลับไม่พบฟอสซิลของสัตว์ครึ่งปลาครึ่งเตตระพอด หรือสัตว์ครึ่งปลาครึ่งสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำแต่อย่างใด
“ต้นกำเนิดของสัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ และรอยต่อทางวัฒนาการระหว่างพวกเตตระพอดยุคแรกๆ ยังเป็นเรื่องที่จะรู้ได้น้อยมาก รวมถึงต้นกำเนิดของสัตว์กลุ่มต่างๆอีกจำนวนมาก” (R.L. Carroll, Patterns and Processes of Vertebrate Evolution, Cambridge University Press, 1997, p.296-97)
ปัญหาเกี่ยวกับการวิวัฒนาการจากทะเลสู่ผืนดิน หรืออีกนัยหนึ่งก็คือการวิวัฒนาการของครีบปลาไปเป็นเท้า เป็นเรื่องที่นักทฤษฎีวิวัฒนาการไม่สามารถให้คำตอบได้ว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่เมื่อมีการค้นพบฟอสซิลของปลาซีลาแคนท์ (Coelacanth) อายุประมาณ 410 ล้านปี และมีครีบที่หนา ทำให้พวกเขามั่นใจว่าพวกเขาเจอคำตอบที่ต้องการนั่นเข้าแล้ว จากฟอสซิลที่พบมีการตีความว่าปลาตัวนี้แสดงให้เห็นพัฒนาการขั้นต้นของปอด มีสมองที่โตขึ้น ระบบย่อยอาหารและระบบหมุนเวียนในร่างกายที่พร้อมจะเดินบนดิน หรือแม้แต่มีกลไกขั้นต้นสำหรับการเดิน นักวิทยาศาสตร์ต่างยอมรับว่านี่คือหลักฐานที่แสดงให้เห็นถึงก้าวสำคัญก้าวหนึ่งของวิวัฒนาการจากทะเลสู่ผืนดิน มันคือ Transitional Forms จากปลาสู่สัตว์ครึ่งบกครึ่งน้ำ
จนกระทั่งในเดือนธันวาคม ค.ศ. 1938 มีการค้นพบปลาชนิดนี้เข้าในทะเลน้ำลึกของมหาสมุทรอินเดีย สร้างความแปลกใจอย่างมาก เพราะในตอนแรกคาดว่ามันจะสูญพันธุ์ไปเมื่อ 60 ล้านปีที่แล้ว แต่ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือ เมื่อได้ศึกษาโครงสร้างทางสัณฐานวิทยาของปลาดังกล่าว ผู้สนับสนุนทฤษฎีวิวัฒนาการกลับต้องประหลาดใจที่พบว่ารูปร่างของมันแทบจะไม่เปลี่ยนแปลงเลยในระยะเวลาที่ยาวนานหลายร้อยล้านปี ความคุ้นเคยกับซากฟอสซิลของมันที่พบในเหมืองของเยอรมันตอนใต้ ทำให้ J.L.B Smith ผู้เชียวชาญเรื่องปลา บอกชนิดของมันได้ทันที นอกจากนี้ ยังพบว่ามันไม่ได้มีปอดหรือสมองที่ใหญ่ขึ้นกว่าปลาทั่วไปแต่อย่างใด อวัยวะที่คิดกันว่าจะเป็นปอดตั้งแต่แรก กลับกลายเป็นเพียงถุงสะสมไขมัน ที่สำคัญ ปลาซีลาแคนท์ซึ่งครั้งหนึ่งพวกเขาอ้างว่ามันตัวแทนของปลาน้ำตื้นรุ่นแรกๆที่จะพยายามจะขึ้นสู่ผืนดิน จริงๆแล้ว กลับเป็นปลาที่ชอบอาศัยอยู่ในบริเวณน้ำลึก ตั้งแต่ 150-300 เมตร นั่นคือเหตุผลที่ทำให้เราไม่ได้พบเห็นมันจนกระทั่งเมื่อกว่าครึ่งศตวรรษที่ผ่านมานี้เอง

แบบจำลองการคืบคลานสู่พื้นดินของปลาตามทฤษฎีวิวัฒนาการ จึงเป็นเพียงสมมุติฐานหรือการจินตนาการที่ยังไม่มีข้อพิสูจน์ในทางวิทยาศาสตร์ แต่กระนั้นก็ตาม ตำราหรือแม้แต่สารคดีเกี่ยวกับทฤษฎีวิวัฒนาการจำนวนมากในปัจจุบัน ไม่เคยลืมที่จะนำสมมุติฐานที่ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใดๆมาสนับสนุนนี้ มาอธิบายการเกิดวิวัฒนาการ
แหล่งข้อมูลอ้างอิง




:huh: น่ากลัวจัง