|
|
|
| |
 |
การเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์มอนิก (simple harmonic motion) เป็นการเคลื่อนที่แบบสั่น โดยวัตถุจะเคลื่อนที่กลับมาซ้ำทางเดิมโดยผ่านตำแหน่งสมดุล ด้วยขนาดของการกระจัดสูงสุดมีค่าคงตัว เมื่อดูกราฟความสัมพันธ์ระหว่างการกระจัด(x)กับเวลา(t) ความเร็ว(v)กับเวลา(t) และความเร่ง(a)กับเวลา(t) แล้ว จะพบว่าขนาดของความเร่งของอนุภาคจะแปรผันตรงกับขนาดของการกระจัด แต่มีทิศทางตรงกันข้าม ตัวอย่างการเคลื่อนที่แบบซิมเปิลฮาร์โมนิก เช่น การเคลื่อนที่ของมวลติดปลายสปริง การเคลื่อนที่แกว่งไปมาของลูกตุ้มนาฬิกา ฯลฯ [More] [Less] |
|
Date: 07 กันยายน 2009 Category: ฟิสิกส์ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
 |
อะมีบาเป็นโพรโทซัวสกุลหนึ่ง มีลักษณะรูปร่างไม่แน่นอน หากมองจากกล้องจุลทรรศน์ จะมีลักษณะเป็นก้อนใสคล้ายวุ้น เคลื่อนที่โดยอาศัยการไหลของไซโทพลาซึม(ของเหลวภายในเซลล์) โดยไซโทพลาสซึมไปดันเยื่อหุ้มเซลล์ให้ยื่นยาวออกกลายเป็น เท้าเทียม (Pseudopodium) อาหารของอะมีบาประกอบด้วยเศษสารอินทรีย์ เซลล์แบคทีเรีย สาหร่ายและสิ่งมีชีวิตเล็ก ๆ อื่น ๆ อะมีบา นำอาหารเข้าสู่เซลล์โดยการยื่นส่วนของขาเทียมออกไปโอบล้อมอาหารทำให้อาหารตก เข้าไปอยู่ภายในเซลล์โดยการยื่นส่วนของขาเทียมออกไปโอบล้อมอาหารทำให้อาหาร ตกเข้าไปอยู่ภายในเซลล์ เรียกอาหารที่อยู่ในเซลล์นี้ว่า ฟูดแวคิวโอล (food vaceuole) ต่อจากนั้นส่วนไซโทพลาซึมของอะมีบาก็จะสร้างน้ำย่อยซึ่งส่วนใหญ่เป็น กรดเกลือ (HCI) ออกมาย่อยอาหารภายในฟูดแวคิวโอล อีกที่หนึ่ง การเคลื่อนไหวของไซโทพลาซึมจะทำให้สารอาหารต่าง ๆ ถูกลำเลียงไปทั่วเซลล์ ส่วนที่เหลือจากการย่อยจะถูกขับออกทางผิวของเซลล์ในรูปของกากอาหารต่อไป [More] [Less] |
|
Date: 07 กันยายน 2009 Category: ชีววิทยา |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
 |
ดีเอ็นเอ (DNA) เป็นชื่อย่อของสารพันธุกรรม ที่มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า กรดดีออกซีไรโบนิวคลีอิก (Deoxyribonucleic acid) ซึ่งเป็นกรดนิวคลีอิก (กรดที่พบในใจกลางของเซลล์ทุกชนิด) ที่พบในเซลล์ของสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ได้แก่ คน, สัตว์, พืช, เชื้อรา, แบคทีเรีย, ไวรัส เป็นต้น ดีเอ็นเอบรรจุข้อมูลทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตชนิดนั้นไว้ ซึ่งมีลักษณะที่ผสมผสานมาจากสิ่งมีชีวิตรุ่นก่อน ซึ่งก็คือ พ่อและแม่ และสามารถถ่ายทอดไปยังสิ่งมีชีวิตรุ่นถัดไป ซึ่งก็คือ ลูกหลาน ดีเอ็นเอมีรูปร่างเป็นเกลียวคู่ คล้ายบันไดลิงที่บิดตัว ขาของบันไดแต่ละข้างก็คือการเรียงตัวของนิวคลีโอไทด์ (Nucleotide) นิวคลีโอไทด์เป็นโมเลกุลที่ประกอบด้วยน้ำตาล, ฟอสเฟต (ซึ่งประกอบด้วย ฟอสฟอรัส และ ออกซิเจน), และเบส (หรือด่าง) นิวคลีโอไทด์มีอยู่สี่ชนิด ได้แก่ อะดีนีน (adenine, A), ไทมีน (thymine, T), ไซโตซีน (cytosine, C), และกัวนีน (guanine, G) ขาของบันไดสองข้างหรือนิวคลีโอไทด์ถูกเชื่อมด้วยเบส โดยที่ A จะเชื่อมกับ T และ C จะเชื่อมกับ G เท่านั้น (ในกรณีของดีเอ็นเอ) และข้อมูลทางพันธุกรรมในสิ่งมีชีวิตชนิดต่างๆ เกิดขึ้นจากการเรียงลำดับของเบสในดีเอ็นเอนั่นเอง ผู้ค้นพบดีเอ็นเอ คือ ฟรีดิช มีสเชอร์ ในปี พ.ศ. 2412 (ค.ศ. 1869) แต่ไม่ทราบว่ามีโครงสร้างอย่างไร จนในปี พ.ศ. 2496 (ค.ศ. 1953) เจมส์ ดี. วัตสัน และ ฟรานซิส คริก เป็นผู้ไขความลับโครงสร้างของดีเอ็นเอ และนั่นนับเป็นจุดเริ่มต้นของยุคเทคโนโลยีทางดีเอ็นเอ [More] [Less] |
|
Date: 07 กันยายน 2009 Category: ชีววิทยา |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
 |
อธิบายการเกิดข้างขึ้นข้างแรมนะครับ |
|
Date: 01 กันยายน 2009 Category: ดาราศาสตร์และธรณีวิทยา |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
 |
การทดลองนี้เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า แนวแสงที่ไปตกกระทบกับกระจกทำมุมกับเส้นตั้งฉาก เท่ากับมุมที่แนวแสงสะท้อนทำกับเส้นตั้งฉาก สรุปได้เป็นกฏการสะท้อนได้ว่า 1 มุมตกกระตกเท่ากับมุมสะท้อน ณ ตำแหน่งที่แสงตกกระทบ 2 รังสีตกกระทบ รังสีสะท้อน และเส้นแนวฉากอยู่ในระนาบเดียวกัน [More] [Less] |
|
Date: 07 กันยายน 2009 Category: ฟิสิกส์ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
 |
เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่า แสงที่เคลื่อนที่ผ่านตัวกลางที่แตกต่างกัน (ในกรณีนี้คืออากาศและพลาสติกใส) จะทำให้ทิศของแสงเปลี่ยนไปจากแนวเดิม เราเรียกปรากฏการณ์นี้ว่า การหักเหของแสง [More] [Less] |
|
Date: 07 กันยายน 2009 Category: ฟิสิกส์ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
 |
ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ หมายถึง ปรากฏการณ์เปลี่ยนแปลงระดับเสียง หรือการเปลี่ยนแปลงความถี่ของ เสียง เมื่อแหล่งกำเนิดเสียงและผู้สังเกตเคลื่อนที่สัมพัทธ์ต่อกัน นักฟิสิกส์ชาวออสเตรเลีย Doppler ได้อธิบายปรากฏการณ์นี้ไว้ ในปีค.ศ.1842 ปรากฏการณ์ดอปเปลอร์ที่เกิดขึ้นแบ่งได้เป็น5กรณี คือ 1. กรณีแหล่งกำเนิดเคลื่อนที่เข้าหาผู้สังเกตที่หยุดนิ่ง ในกรณีนี้ความถี่เสียงที่ผู้สังเกตที่หยุดนิ่ง ในกรณีนี้ความถี่เสียงที่ ผู้สังเกตได้รับน้อยกว่าเดิม ความยาวคลื่นสั้นลงระดับเสียงที่ผู้สังเกตได้รับจะสูงกว่าเดิม 2. กรณีแหล่งกำเนิดเสียงเคลื่อนที่ออกจากผู้สังเกตที่หยุดนิ่ง ในกรณีนี้ความถี่เสียงที่ผู้สังเกตได้รับน้อยกว่าเดิม แต่ความยาวคลื่นจะยาวขึ้น ระดับเสียงที่ผู้สังเกตได้รับจะต่ำกว่าเดิม 3. กรณีผู้สังเกตเคลื่อนที่เข้าหาแหล่งกำเนิดเสียงที่หยุดนิ่ง ในกรณีนี้ระดับเสียงที่ผู้สังเกตได้รับจะสูงกว่เดิม และความยาวคลื่นเสียงเท่าเดิม 4. กรณีผู้สังเกตเคลื่อนที่ออกจากแหล่งกำเนิดเสียงที่หยุดนิ่ง ในกรณีนี้ระดับเสียงที่ผู้สังเกตได้รับจะต่ำกว่าเดิม 5. กรณีแหล่งกำเนิดและผู้สังเกตต่างเคลื่อนที่ ซึ่งอาจแบ่งได้เป็น ต่างเคลื่อนที่เข้าหากัน หรือเคลื่อนที่แยกออกจากกัน หรือเคลื่อนที่ตามกัน [More] [Less] |
|
Date: 07 กันยายน 2009 Category: ฟิสิกส์ |
|
|
|
|
|
|
|
|
|
|
| |
 |
ปฏิกิริยานิวเคลียร์ฟิชชัน (nuclear fission reaction) คือ การแตกตัวของนิวเคลียส หมายถึง การที่นิวเคลียสของธาตุหนักบางธาตุที่เป็นเชื้อเพลิง เช่น ยูเรเนียม พลูโทเนียมถูกชนด้วยนิวตรอนแล้วแตกตัวออกเป็นสองเสี่ยงเป็นนิวเคลียสของธาตุ เบาที่มีขนาดเกือบเท่ากัน เรียกว่า ผลผลิตจากฟิชชัน (fission product) พร้อมกับมีอนุภาครังสีและพลังงานจำนวนมหาศาลถูกปลดปล่อยออกมาด้วย [More] [Less] |
|
Date: 07 กันยายน 2009 Category: ฟิสิกส์ |
|
|
|
|
|
|
|